
ปกป้องเป้าหมายทางการเงิน ด้วยประกันชีวิต
เหตุผลที่คนไทยบางส่วนยังไม่คิดที่จะทำประกันชีวิต เนื่องจากยังไม่เข้าใจประโยชน์จากการทำประกัน
โดย...ณัฐ เลิศมงคล FINNOMENA Insight
ข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตไทย พบว่า ณ สิ้นปี 2558 ประเทศไทยมีอัตราการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ประมาณ 38% (ประชากร 100 คน มีการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิต 38 กรมธรรม์) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ที่มีอัตราการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตเกิน 100%
สำหรับเหตุผลที่คนไทยบางส่วนยังไม่คิดที่จะทำประกันชีวิต เนื่องจากยังไม่เข้าใจประโยชน์จากการทำประกัน ยังมีความเข้าใจว่าประกันชีวิตเปรียบเสมือนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามาโดยไม่จำเป็น หรือบางท่านทำประกันเพียงเพื่อต้องการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเท่านั้น ในวันนี้ผมขออาสาพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับประโยชน์จากประกันชีวิตที่จะช่วยปกป้องเป้าหมายทางการเงินของท่าน
1.คุ้มครองค่าใช้จ่ายเมื่อต้องจากไปก่อนวัยอันควร
นอกจากอัตราการถือครองกรมธรรม์ของไทยจะน้อยแล้ว ทุนประกัน หรือเงินคุ้มครองกรณีเสียชีวิต ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยความคุ้มครองขั้นต้น ควรมีเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของครอบครัวในช่วงระยะเวลาปรับตัวหลังจากเสียชีวิต (ในช่วงปรับตัว 5 ปีแรก)
ตัวอย่าง กรณีค่าใช้จ่ายทั้งครอบครัวอยู่ที่เดือนละ 40,000 บาท ควรจัดเตรียมทุนประกันขั้นต่ำไว้ประมาณ 40,000 บาท x 12 เดือน x 5 ปี = 2,400,000 บาท เป็นต้น
นอกจากนี้ สำหรับท่านที่มีบุตรกำลังศึกษาควรเตรียมความพร้อมในส่วนของค่าเล่าเรียนเพิ่มเติม สำหรับแบบประกันที่เหมาะสำหรับการรับมือกับค่าใช้จ่ายในอนาคตก้อนโต เราสามารถเลือกแบบประกันชั่วระยะเวลา เพื่อคุ้มครองเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องการ
ข้อเสียของแบบประกันชั่วระยะเวลา คือ เบี้ยประกันที่จ่ายไปจะไม่ได้คืนหากเราไม่เสียชีวิตภายในเวลาที่รับประกัน แต่ก็มีข้อดีคือเป็นแบบประกันที่ให้ทุนประกันสูง โดยชำระค่าเบี้ยประกันต่ำ
2.กรมธรรม์เป็นแหล่งเงินกู้ฉุกเฉิน
สำหรับท่านที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ไม่ว่าจะเป็นกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ หรือแบบตลอดชีพ รู้ไว้เลยนะครับว่าท่านมีแหล่งเงินกู้ฉุกเฉินเรียบร้อย ให้ท่านลองเปิดกรมธรรม์ “หมวด 4 การกู้ยืมเงิน” ได้มีการพูดถึงเงื่อนไขของการกู้ยืมเงินจากกรมธรรม์
สามารถสรุปเป็นใจความได้ว่า ถ้าหากกรมธรรม์มีมูลค่าเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ (มูลค่าเงินเวนคืนกรมธรรม์ ท่านสามารถตรวจสอบจากเล่มกรมธรรม์ด้วยตนเอง โดยเปิดไปที่หน้าตารางมูลค่าเวนคืนเงินสด หรือสอบถามได้จากตัวแทนประกัน หรือ Call Center ของบริษัทประกัน) แล้วเราไม่ได้ใช้สิทธิขยายเวลา หรือใช้เงินสำเร็จ เรามีสิทธิขอกู้เงินจากบริษัทประกัน
บริษัทประกันส่วนใหญ่จะคิดดอกเบี้ยสูงกว่าดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณเบี้ยประกัน 2% (เราสามารถตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันได้ที่หน้าแรกของกรมธรรม์)
อย่างไรก็ตาม กรมธรรม์แบบชั่วระยะเวลา ไม่มีมูลค่าเงินเวนคืนกรมธรรม์ จะไม่สามารถใช้เป็นแหล่งเงินกู้ฉุกเฉินได้
3.สร้างหลักประกันที่แน่นอนให้กับครอบครัว
สำหรับท่านที่ต้องการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่ง สร้างผลตอบแทนให้งอกเงย มักไม่ชอบทำประกันเนื่องจากแบบประกันที่มีขายอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ ทำให้ผู้ที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างความมั่งคั่ง มักนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์การเงิน เช่น หุ้นรายตัว หรือลงทุนผ่านกองทุนรวม
อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้อยู่ในระดับที่ต้องการจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการลงทุนที่ยาวนาน
ดังนั้น หากเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างการสร้างความมั่งคั่ง เราจะไม่มีโอกาสไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้ตามต้องการ ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันบริษัทประกันหลายแห่งได้มีการนำเสนอแบบประกันควบคู่การลงทุน หรือ Unit Linked โดยเราสามารถเลือกซื้อแบบประกันที่ให้วงเงินความคุ้มครองสูงตามเป้าหมายที่ต้องการ
นอกจากได้รับวงเงินคุ้มครองสูงแล้ว เรายังสามารถออกแบบผลตอบแทนด้วยการเลือกลงทุนในกองทุนรวม (กองทุนรวมที่สามารถเลือกได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในแต่ละบริษัทประกัน) ได้ด้วยตนเองอีกด้วย
นอกจากทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอีก 2 ประโยชน์ที่ควรคำนึงถึง คือ กรมธรรม์ประกันสุขภาพช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายจากการเจ็บป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ประกันบำนาญช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณ
สุดท้ายขอให้หลักในการเลือกใช้ประกันควรพิจารณาใช้ประกันเพื่อเติมเต็มความคุ้มครองที่ต้องการ และก่อนเลือกใช้ประกัน เราควรพิจารณาลดโอกาสเกิดความเสี่ยงและพยายามลดความรุนแรงทางการเงินเมื่อเกิดความเสี่ยงก่อนทุกครั้ง







