
‘โจอี ยับ’ โหรผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชีย
โจอี ยับ นักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านอภิปรัชญาจีนและผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยระดับโลก
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
โจอี ยับ นักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านอภิปรัชญาจีนและผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยระดับโลก กล่าวได้ว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในเอเชีย ด้วยอาชีพที่ปรึกษาทางด้านฮวงจุ้ย อาจารย์ วิทยากร และนักเขียนเกี่ยวกับปรัชญาจีน ศิลปะ และศาสตร์เกี่ยวกับฮวงจุ้ย โดยหนังสือที่เขียนขึ้นถูกแปลไปมากกว่า 4 ประเทศทั่วโลก
แม้ว่าชื่อของ โจอี ยับ จะถูกกล่าวถึงในฐานะสุดยอดนักโหราศาสตร์ (จีน) ระดับโลก แต่เขาเกิดในประเทศมาเลเซียและจบการศึกษาคณะบัญชีจากออสเตรเลียด้วยวัย 22 ปี ตลอดชีวิตวัยเรียนนอกเหนือจากการศึกษาตามระบบปรัชญาตะวันตกแล้ว เขายังได้ศึกษาเกี่ยวกับอภิปรัชญาจีนควบคู่กันไป กระทั่งในวัย 15 ปี จึงได้เริ่มศึกษาอย่างจริงจังรวมถึงศึกษาถึงหลักฮวงจุ้ยของจีนด้วย
เมื่อศึกษาด้วยตนเองระยะหนึ่ง โจอี ยับ ได้พบกับอาจารย์ที่มีความรู้ด้านวรรณกรรมของจีนโดยตรง และด้วยการสนับสนุนจากอาจารย์ ทำให้เขามีความเชี่ยวชาญ จนกระทั่งอายุ 20 ปี เขาเริ่มทำงานพิเศษโดยการรับดูฮวงจุ้ยทั่วประเทศออสเตรเลียขณะที่กำลังศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย
สิ่งที่ท้าทายที่สุดของเขา คือ ค่านิยมจากสังคม ครอบครัว และคนรอบตัวที่สนับสนุนให้ทำงานด้านบัญชีในองค์กรที่มั่นคงและมีชื่อเสียง แต่เขากลับคิดต่างออกไป มองว่าสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้มากกว่านั้น จึงตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ตัวเองถนัดและชอบ นั่นคือการต่อยอดความรู้ด้านอภิปรัชญาจีน จนสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้และมีอิสระทางการเงิน โดยการเป็นที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ยด้วยวัยเพียง 26 ปี
ปัจจุบันเขาเป็นประธานกรรมการบริหาร ยับ โกลบอล คอนซัลติ้ง และเป็นผู้ก่อตั้งมาสเตอร์รี อะคาเดมี ออฟ ไชนีส เมตาฟิสิกส์ รวมถึงเป็นที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ยและเขียนหนังสือฮวงจุ้ยมากกว่า 145 เล่ม โดยแปลเป็นหลายภาษา ขณะที่งานอดิเรกคือการเป็นนักลงทุนในกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพที่น่าสนใจทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เขาติดอันดับ 1 ใน 300 คนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในมาเลเซียปี 2551
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โจอี ยับ ได้ให้สัมภาษณ์กับเดอะสตาร์ออนไลน์ถึงทิศทางดวงเมืองปีระกาของมาเลเซีย และคาดการณ์สถานการณ์โลกว่าปีระกาเป็นปีของดาวแห่งความมั่งคั่ง แม้ว่าจะมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ แต่ยังมีหนทางทางธุรกิจอีกมากในปีนี้ โดยมองว่า 3 องค์ประกอบที่สำคัญ คือ โลหะ น้ำ และไฟ ซึ่งโลกไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบดังกล่าว จึงอ่อนแอที่สุด สัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของโลกคือแผ่นดิน แสดงให้เห็นว่าราคาที่ดินมูลค่าจะลดลงเร็วๆ นี้ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสในการซื้อของนักลงทุนตัวจริง
“เราไม่มีทางได้ประโยชน์ทั้งสองทาง คือ ต้องการสินทรัพย์ราคาถูกและเศรษฐกิจที่ดีในเวลาเดียวกัน ซึ่งเศรษฐกิจที่ตกต่ำเป็นโอกาสในการซื้อสินทรัพย์ช่วงเวลานี้ ขณะที่ไฟตีความได้ถึงน้ำมัน ก๊าซ เทคโนโลยี อาหารและเครื่องดื่ม ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หมายความว่าจะมีการประคับประคองราคาน้ำมันและเกิดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี” ยับ กล่าว
สำหรับโลหะหมายถึงรถยนต์ การเงิน เครื่องประดับ เหล็ก และแร่ ขณะที่น้ำหมายถึงการท่องเที่ยว การค้า และการขนส่ง อุตสาหกรรมภาคส่วนนี้จะโต แนวโน้มในปีนี้มองว่าสถานการณ์ต่างๆ จะเกิดขึ้นจากการขาดความอดทนและอดกลั้น
สำหรับดวงเมืองมาเลเซียจุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ดวงเมืองจะดีขึ้นหรือแย่ลง แต่จะได้รับผลกระทบสูงในปีนี้เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เพราะก่อตั้งปี 2500 ซึ่งเป็นปีระกานั่นเอง







