posttoday
KTC เปิดแผนชัด รับดิจิทัล

KTC เปิดแผนชัด รับดิจิทัล

27 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

การทำธุรกิจในยุคนี้ ล้อไปเป็นเนื้อเดียวกันกับเทคโนโลยีกับสมาร์ทโฟน เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามพฤติกรรมการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบาย รวมถึงเป็นไปทิศทางของประเทศที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หรือกล่าวได้ว่า เทรนด์ดิจิทัลกำลังฮอตนั้น

หากมองย่อภาพลงมา การทำธุรกิจผู้ประกอบการคิดหรือปรับตัวอย่างไร เพื่อให้ก้าวไปกับยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และใกล้ตัวที่สุดคือ ธุรกิจบัตรเครดิต ถือเป็นธุรกิจแรกๆ ที่จะต้องปรับเปลี่ยนและให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคหรืออีกนัยหนึ่งธุรกิจเงินพลาสติกน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ที่ดี

โพสต์ทูเดย์ฉบับนี้จึงสัมภาษณ์พิเศษ ชุติเดช ชยุติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัทบัตรกรุงไทย (KTC) กล่าวว่า ธุรกิจบัตรเครดิตถือว่าได้เป็นธุรกิจที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและเกาะในเทรนด์ของดิจิทัลและการซื้อขายบนโลกออนไลน์ในอันดับต้นๆ เพราะบัตรเครดิตถูกใช้เป็นตัวกลางในการชำระเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้น ในเรื่องของความปลอดภัยของลูกค้า จึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่สุด

“KTC เรามีโรดแมปที่ชัดเจนในเรื่องของดิจิทัลหรืออาจกล่าวได้ว่าเราเป็นฟินเทคแรกๆ ด้วยซ้ำ เพราะการที่บริษัทแยกตัวออกมาจากธนาคารกรุงไทยมาให้บริการบัตรเครดิต บัตรเดบิท และอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์และระยะหลังกำลังเข้าสู่พร้อมเพย์ อีเพย์เมนต์และการทำธุรกรรมบนมือถือก็จะเข้ามาเป็นที่นิยมมากขึ้นในอนาคต เพราะผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตนั้นเอง”

กลยุทธ์ล่าสุด เคทีซีได้เป็นหนึ่งในภาคีที่ร่วมมือกับซัมซุงพัฒนาให้สามารถชําระบัตรเครดิตบนซัมซุงเพย์ เพื่อตอบชีวิตคนเมืองที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจําวัน ทําให้ธุรกรรมง่ายขึ้นสะดวก รวดเร็วขึ้น และมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ด้านกลยุทธ์การกระตุ้นการใช้จ่าย เคทีซีเน้นครอบคลุมหมวดสินค้าและบริการต่างๆ เช่น หมวดรับประทานอาหาร หมวดช็อปปิ้งหมวดสถานีบริการน้ำมันที่เป็นหมวดหลักที่ใช้ประจําและหมวดท่องเที่ยวที่เป็นไลฟ์สไตล์ของสมาชิก โดยมีการให้คะแนนสะสมหรือไมล์พิเศษเมื่อใช้บัตร หรือการให้เงินคืน (Cash Back) รวมถึงการใช้คะแนนแทนส่วนลดเพิ่มเติมและใช้ระบบการผ่อนชําระ (KTC FLEXI)

“ซัมซุงเพย์ ซึ่งผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซี-วีซ่าชำระเงิน ผ่านซัมซุง เพย์ ซึ่งหลังจากประกาศความร่วมมือกันถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี เพราะผู้ถือบัตรเคทีซีเป็นบัตรเครดิตที่ลงทะเบียนและรายการใช้มากเป็นอันดับหนึ่ง”

แผนการดำเนินงานธุรกิจบัตรเครดิตปีนี้เน้นขยายฐานสมาชิก พร้อมตอบสนองความต้องการของสมาชิกในรูปแบบที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น เป็นกลยุทธ์การตลาดที่เน้นการเพิ่มพูนสมาชิกใหม่อย่างต่อเนื่องในกลุ่มที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ กลุ่มลูกค้าระดับบน (Upper) และฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ชัดเจน โดยเน้นช่องทางการสมัครผ่านออนไลน์ขยายฐานบัตรผ่าน
ร้านค้าและพันธมิตรให้มากขึ้น อีกทั้งเป็นการตลาดที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ ด้วยการปรับปรุงบริการด้านดิจิทัลที่มีอยู่เดิมและสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ที่หลากหลายให้ง่ายขึ้น ทั้งโมบายแอพพลิเคชั่น มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบ สะดวก รองรับทุกระบบปฏิบัติการและที่สําคัญมีความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงปรับเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทันสมัย เพื่อให้สมาชิกมีประสบการณ์แบบไร้รอยต่อและเกิดความพอใจสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตของเคทีซีมีความคุ้นเคยกับการใช้บัตรและชำระผ่านระบบออนไลน์ เพราะจากการเก็บตัวเลขนั้นพบว่านับตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบันพบว่ายอดการทำรายการและใช้จ่ายผ่านบัตรเคดิตผ่านออนไลน์มีมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มสูงขึ้นและเพิ่มสูงกว่าตลาดรวมกว่า 2 เท่าตัว ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโดยรวมของบริษัทเฉลี่ยต่อคนต่อบัตรต่อเดือนจะอยู่ที่ 8,000 บาท เพราะบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลถือเป็นเครื่องมือในการจัดการด้านการเงินของผู้บริโภคนั้นเอง

ชุติเดช กล่าวว่า สำหรับแหล่งเงินทุนของบริษัทที่นำมาใช้ในการทำธุรกิจนั้นจะมาจาก 1.สินเชื่อจากธนาคารกรุงไทยผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีวงเงินปล่อยกู้ไว้ 1.8 หมื่นล้านบาท แต่วงเงินกู้นี้บริษัทจะเก็บไว้เป็นทุนหนุนหลังหรือเก็บไว้ยามฉุกเฉินและจำเป็น 2.มาจากการออกหุ้นกู้ ซึ่งการที่บริษัทมีวงเงินและมีการออกหุ้นกู้อย่างต่อเนื่อง และ 3.เงินกู้จากสถาบันการเงินอื่น ซึ่งถือว่าไม่มากหนัก

อย่างไรก็ตาม บริษัทเข้าใจดีว่าในภาวะดอกเบี้ยที่มีทิศทางขาขึ้นการที่บริษัททำธุรกิจในเรื่องบัตรเคดิตและสินเชื่อบุคคลย่อมมีความเสี่ยงในเรื่องของต้นทุนทางการเงินอีกทั้งธุรกิจนี้มีกฎหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้ไม่เกิน 20-28% ดังนั้น เมื่อดอกเบี้ยขาขึ้นก็จะทำให้ต้นทุนการเพิ่มขณะที่ดอกเบี้ยขาที่จะปล่อยออกไปมีเพดานจำกัด ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง บริษัทจึงได้มีการออกหุ้นกู้ในอายุที่ยาวขึ้น จากเดิมที่หุ้นกู้ที่ออกจะมีอายุเฉลี่ย 3 4 และ 5 ปี เมื่องวดปี 2559 จึงออกหุ้นกู้อายุ 10 ปี วงเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อล็อกต้นทุนดอกเบี้ยไว้และทำให้หุ้นกู้มีอายุเฉลี่ยที่ 4 ปี มีต้นทุนการเงินเฉลี่ยที่ 3.6% หุ้นกู้อายุยาวและ 1.7% สำหรับหุ้นกู้สั้น โดยปัจจุบันบริษัทมีหนี้ทั้งหมด 5.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งประมาณ 80% เป็นหนี้หุ้นกู้และหุ้นกู้ของบริษัทยังได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนเพราะเป็นหุ้นกู้มีอันดับเครดิต A+ จากทริส เรทติ้ง

ชุติเดช กล่าวว่า พอร์ตลูกหนี้รวมปี 2559 บริษัทมีลูกหนี้รวม 6.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นลูกหนี้บัตรเครดิตรวมจํานวน 4.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนและลูกหนี้สินเชื่อบุคคลรวมจํานวน 21,959 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน เมื่อหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรวมทั้งสิ้นมูลค่า 5,394 ล้านบาท จะมียอดลูกหนี้สุทธิทั้งบริษัทรวมเท่ากับ 6.33 หมื่นล้านบาท

ขณะที่การขยายฐานสมาชิกกว้างขึ้นจากการเพิ่มจํานวนสมาชิกใหม่ทั้งสองธุรกิจ โดย ณ สิ้นเดือนธ.ค. มีจํานวนสมาชิกทั้งสิ้น 2.9 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นอีก 10.6% ซึ่งปีนี้ก็คาดหวังว่าจะเพิ่มขึ้นอีก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท