posttoday
คาดสิ้นก.ย.เงินนอกไหลเข้าตลาดหุ้นอีก2-3หมื่นล.

คาดสิ้นก.ย.เงินนอกไหลเข้าตลาดหุ้นอีก2-3หมื่นล.

06 กันยายน 2553

ASP คาดก่อนสิ้นเดือนก.ย.นี้ จะมีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอีก 2-3 หมื่นล้าน

ASP คาดก่อนสิ้นเดือนก.ย.นี้ จะมีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอีก 2-3 หมื่นล้าน

บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส(ASP)ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า  ช่วงเวลาที่เหลือก่อนสิ้นเดือนก.ย.2553 นี้คาดว่าจะมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยได้อีกประมาณ 2  -3 หมื่นล้านบาท  ซึ่งผลจากเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามาจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทย ช่วงเดือนก.ย.น่าจะขึ้นไปอยู่ที่ 999 จุดได้

เงินทุนที่ไหลเข้าจะยังเป็นปัจจัยบวกประการสำคัญที่ขับเคลื่อนดัชนีหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของเดือน ก.ย. นี้ โดยจากการสำรวจยอดซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นภูมิภาคเอเซียช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามียอดซื้อสุทธิ 269 ล้านเหรียญฯ  ซึ่งเป็นการกลับมาซื้ออีกครั้งในรอบ 2 สัปดาห์ โดยเป็นการซื้อมากสุดในหุ้นอินเดีย ที่ซื้อสุทธิ 317 ล้านเหรียญฯ

รองลงมาคือ ตลาดหุ้นไทย ที่ซื้อเข้ามาราว 298 ล้านเหรียญฯซึ่งการซื้อตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าสูงสุดในรอบ 6 เดือน    ตามมาด้วยตลาดหุ้นเกาหลี ที่พลิกกลับมาเป็นซื้อ 272 ล้านเหรียญฯ หลังจากถูกขายมาตลอดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และสุดท้ายเป็นการซื้อสุทธิในตลาด

หุ้นเวียดนาม แต่เพียงเล็กน้อยราว 10.18 ล้านเหรียญฯ   สวนทางกับตลาดหุ้นไต้หวันที่ยังคงถูกขายต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 โดยขายสุทธิอีก 388 ล้านเหรียญฯ เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่ถูกขายเป็นสัปดาห์แรกราว 217 ล้านเหรียญฯ และ 22 ล้านเหรียญฯ ตามลำดับ   ซึ่งเชื่อว่าเหตุผลของการขายใน 2 ประเทศหลัง น่าจะเกิดจากความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากตลอดปี 2553 ยังไม่เคยขึ้นดอกเบี้ยเลย ประกอบกับตลาดหุ้นทั้ง  2 แห่งให้ผลตอบแทนสูงสุดติด  1 ใน 3  ของภูมิภาคเอเซีย 

ขณะที่ประเทศไทยคาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปคือ 20 ต.ค. นี้ ซึ่งคาดว่าจะขึ้นไม่เกิน 0.25% เท่ากับ 2 ครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นระดับที่เหมาะสม และไม่น่าจะกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยสรุปการขึ้นดอกเบี้ย อาจส่งผลทำให้ตลาดหุ้นปรับฐานบ้าง  แต่เป็นเพียง เหตุการณ์ในระยะสั้น ๆ   1-2 สัปดาห์ล่วงหน้าก่อนการขึ้นดอกเบี้ยเท่านั้น และจากการขึ้นดอกเบี้ยแล้วเสร็จ ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวรอบใหม่

อย่างก็ตามโอกาสที่หุ้นไทยจะเข้าสู่ระดับ 999 จุด จะทำให้เป็นโอกาสของนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้วให้ถือต่อไป ส่วนนักลงทุนที่ขายทำกำไรไปก่อนหน้า  หากจะต้องกลับเข้าใหม่ ให้เลือกซื้อหุ้นที่มี โอกาศปรับตัวสูง และ  PER ต่ำ ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น ได้แก่ ธ.พ. เริ่มจาก BBL, TCAP, KBANK, SAMART  และหุ้นสาธารณูปโภค ได้แก่  BTS, BMCL, CK, ITD,  ADVANC,  DTAC และหุ้นปันผล BCP, PHATRA

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ