
บอนด์ไทยโตท้าทายการเงิน
ตลาดบอนด์ไทยโตกระฉูด ธปท.พบดอกเบี้ยนโยบายเริ่มไม่มีผลชี้นำราคาบอนด์ 3 ปีขึ้นไป
ตลาดบอนด์ไทยโตกระฉูด ธปท.พบดอกเบี้ยนโยบายเริ่มไม่มีผลชี้นำราคาบอนด์ 3 ปีขึ้นไป
นายจักรี คูสกุล ผู้วิเคราะห์อาวุโส ส่วนวิเคราะห์และพัฒนาตลาดเงิน ฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงผลการวิจัยเรื่อง ”แกะรอยตลาดตราสารหนี้ไทย : โครงสร้างและกลไกการกำหนดราคา” ว่า ตลาดตราสารหนี้มีบทบาทมากขึ้นในการเป็นช่องทางระดมทุนและลงทุนของรัฐและเอกชน รวมถึงใช้ดำเนินนโยบายการเงิน โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังสามารถชี้นำทิศทางผลตอบแทนในตลาดพันธบัตร (ยิลด์) ระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือนได้ เห็นได้จากยิลด์ยังอยู่ในระดับเดียวกับดอกเบี้ยนโยบาย
อย่างไรก็ดี การทำนโยบายการเงินไม่สามารถชี้นำยิลด์ระยะกลาง (3 ปีขึ้นไป) และระยะยาว (10 ปี) ได้ เพราะ
ยิลด์ไม่ได้ขึ้นกับทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย แต่ขึ้นอยู่กับแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ (เอ็นอาร์) สัดส่วน 8-9% ของมูลค่าตลาดรวม รวมถึงภาวะการเงินในตลาดโลก เงินทุนเคลื่อนย้ายของต่างชาติ โดยเงินจากต่างประเทศเริ่มไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทย (บอนด์) มากต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551
“ภาวะเช่นนี้ มีความท้าทาย 2 เรื่อง คือ 1.ผู้ดำเนินนโยบายการเงินเผชิญความความท้าทายมากขึ้น เพราะปัจจัยภายนอกผันผวนอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการส่งผ่านนโยบายการเงินผ่านช่องทางราคาสินทรัพย์ถูกลดทอนได้ 2.หากปัจจัยต่างประเทศผันผวนจะทำให้ราคาพันธบัตรผันผวนรุนแรง กระทบผู้ลงทุน ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน” นายจักรี กล่าว
ทั้งนี้ สิ้นปี 2559 มีมูลค่าคงค้างบอนด์ไทย 10.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 43% ขยายตัวสูงกว่าปี 2551 ที่นักลงทุนต่างชาติเข้าลงทุนบอนด์ไทยค่อนข้างมาก มียอดคงค้างที่ 4.85 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% ขณะที่ตลาดบอนด์ไทยมีแนวโน้มจะเติบโตมากขึ้นตามปริมาณการออกพันธบัตรของรัฐบาลเพื่อนำเงินมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้มูลค่าตลาดบอนด์มีโอกาสขยายตัวสูงกว่าสินเชื่อธนาคารพาณิชย์







