posttoday

การเพิ่มอัตราเกิด แบบสิงคโปร์ (จบ)

23 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...ดิลก ถือกล้า

โดย...ดิลก ถือกล้า

ในตอนที่หนึ่งของบทความนี้ ผมได้เล่ามาตรการเพิ่มอัตราการเกิดแบบสิงคโปร์ไปแล้วถึงอีก 2 มาตรการ คือ จูงใจด้วยการใช้เงินจูงใจโดยตรง และจูงใจด้วยระบบการช่วยเหลือจากรัฐ เช่น ภาษี ประกันสังคม สำหรับในตอนนี้ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย จะเป็นอีก 2 มาตรการ คือ จูงใจด้วยการให้วันหยุด วันลาและการรณรงค์ทางสังคม โดยมีแนวทาง ดังนี้

กลุ่มที่ 3 : มาตรการจูงใจด้วยการให้วันหยุด วันลา

รัฐบาลสิงคโปร์กำหนดให้มีการลาเพื่อส่งเสริมการดูแลลูก ดังนี้

3.1 ลา Maternity leave หรือการลาคลอดโดยได้ค่าจ้างเป็นเวลา 16 สัปดาห์ โดยคุณแม่สามารถแบ่งวันลาที่ว่านี้ให้พ่อได้ด้วยหนึ่งสัปดาห์

3.2 ลา Paternity leave คือการลาให้คุณพ่อมาดูแลลูกได้ โดยให้คุณพ่อลาได้ 2 สัปดาห์ ภายใน 16 สัปดาห์หลังคลอด หรือหากตกลงกับนายจ้างได้ สามารถเลือกเป็นภายใน 12 เดือนหลังคลอด ทั้งนี้ ไม่กระทบสิทธิการได้แบ่งจากที่คุณแม่แบ่งให้หนึ่งสัปดาห์

3.3 กำหนดเวลาทำงานเป็น Five Day Work Week คือ ให้มีวันทำงานไม่เกิน 5 วัน/สัปดาห์ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลากับครอบครัวมากขึ้น เนื่องจากหลายหน่วยงานยังกำหนดวันเสาร์เป็นวันทำงานครึ่งวัน หรือเต็มวัน

3.4 ลา Childcare Leave คือลาดูแลลูกยามเจ็บป่วย ให้คุณพ่อคุณแม่มีสิทธิลาโดยได้รับค่าจ้าง แบ่งตามอายุลูกคือ ถ้าอายุต่ำกว่า 7 ขวบ จะลาได้รวมทั้งปีไม่เกิน 6 วัน ถ้าอายุระหว่าง 7-12 ปี จะสามารถลาโดยได้รับค่าจ้าง 2 วันทำงาน และถ้าหากมีลูกทั้งสองช่วงอายุ จะสามารถลาได้สูงสุด 6 วัน

กลุ่มที่ 4 : มาตรการที่ใช้การรณรงค์ทางสังคม

มาตรการที่ไม่ใช้เงินจูงใจ เป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความรู้สึก เป็นต้นว่า

1) รณรงค์ให้สถานประกอบการกระตุ้นพนักงานให้ใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น

2) สร้างบรรยากาศที่เรียกว่า Romancing Singapore Campaign เป็นกิจกรรมให้คนหนุ่มสาวได้มาเจอ ได้ออกไปเที่ยวด้วยกัน

3) การรณรงค์ การสร้างบรรยากาศให้เห็นความอบอุ่นของการมีครอบครัวใหญ่

4) การตอกย้ำให้คนหนุ่มสาวในสิงคโปร์ตระหนักถึงการไม่มีลูกว่า จะส่งผลอย่างไรต่อระบบเศรษฐกิจของสิงคโปร์

ทว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสิงคโปร์ได้ปรับใช้มาตรการทั้งส่งเสริม ทั้งจูงใจ ไปหลายวิธีการ แต่ล่าสุดที่ผมได้อ่านบทวิเคราะห์ใน The Straits Times พบว่า อัตราการเกิดของสิงคโปร์ล่าสุดในปี 2015 อยู่ที่ 1.24% และคาดการณ์ปี 2016 น่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 1.20% ซึ่งยังห่างจากตัวเลขที่ต้องการคือ 2.1% อยู่มาก นอกจากนี้ ยังมีปฏิกิริยาจากคนรุ่นหนุ่มสาวของสิงคโปร์ และเป็นประเด็นที่นำไปถกกันมากทั้งในโซเชียลมีเดียและรายการโทรทัศน์ของสิงคโปร์ว่า การมีลูกเป็นหน้าที่ของพลเมืองหรือไม่

สิ่งที่ผมอยากจะเห็น คือ ประเทศไทยจะกำหนดมาตรการและแนวทางการเพิ่มอัตราการเกิดอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรมในทุกมิติ และให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะอัตราการเกิดเป็นฐานรากของระบบเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญมาก หากวางแผนไม่ดีแล้วก็จะส่งผลกระทบอย่างมาก ถึงแม้สาวไทยจะแก้มแดงทั้งประเทศ ก็ไม่สามารถจะช่วยได้

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?