posttoday
Peer Power พร้อมรุก ตลาดออนไลน์ปล่อยเงินกู้

Peer Power พร้อมรุก ตลาดออนไลน์ปล่อยเงินกู้

23 กุมภาพันธ์ 2560

นาทีนี้กระแส “ฟินเทค” มาแรง หลากหลายธุรกิจแต่ที่น่าจับตามองธุรกิจใหม่ Peer-to-Peer Lending หรือ Crowdlending หรืออธิบายง่ายๆ คือ ตลาดออนไลน์ที่เชื่อมต่อผู้ที่ต้องการสินเชื่อบุคคลกับนักลงทุน หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พีทูพี” การปล่อยกู้ระหว่างบุคคลจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบการฟินเทค

นาทีนี้กระแส “ฟินเทค” มาแรง หลากหลายธุรกิจแต่ที่น่าจับตามองธุรกิจใหม่ Peer-to-Peer Lending หรือ Crowdlending หรืออธิบายง่ายๆ คือ ตลาดออนไลน์ที่เชื่อมต่อผู้ที่ต้องการสินเชื่อบุคคลกับนักลงทุน หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พีทูพี” การปล่อยกู้ระหว่างบุคคลจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบการฟินเทค


แม้ว่าปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังไม่อนุญาตให้ทำธุรกิจพีทูพีได้ แต่ก็ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์คร่าวๆ แล้ว และก็มีผู้ประกอบการประมาณ 10-11 รายยื่นขออนุญาติทำธุรกิจนี้

กลุ่มที่กำลังมาแรงขณะนี้ ต้องยกให้ บริษัท เพียร์พาวเวอร์ (PeerPower) ได้ประกาศที่พร้อมจะก้าวกระโดด เปิดตัวทันที่ที่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. ที่คาดว่าจะประกาศได้ภายไตรมาสแรกปีนี้

กุลนิษฐ์ ทั้งศิริทรัพย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจัดการ และ ประพัฒน์ ฉันทวศินกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ทีมผู้บริหาร บริษัท เพียร์พาวเวอร์ ทั้งสองร่วมวงเล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจของเพียร์พาวเวอร์ว่า เกิดจาก คุณวรพล พรวาณิชย์ ที่เป็นนักลงทุนในพีทูพีในประเทศสหรัฐอเมริกามาก่อนเมื่อ 1-2 ปีแล้ว และเห็นโอกาสว่าประเทศไทยยังไม่มีธุรกิจนี้ และยังไม่มีโปรดักต์การเงินการลงทุนนี้ จึงมาเริ่มต้นรวมทีมบุคคลที่มีความรู้ความสามารถแต่ละด้าน เพื่อที่เริ่มบุกเบิกทำธุรกิจตลาดสินเชื่อออนไลน์ โดยก่อตั้งบริษัท PeerPower และมีเป้าหมายที่จะเป็นหนึ่งในบริษัทเเห่งแรกที่จะดำเนินธุรกิจนี้ ภายใต้การควบคุมและดูแลของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

“เราพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อผู้ที่ต้องการสินเชื่อบุคคลที่มีเครดิตที่ดีกับนักลงทุน ตลาดทางการเงินของเราจะเป็นทางเลือกใหม่ของการเข้าถึงสินเชื่อบุคคล ซึ่งจะเป็นทางเลือกเสริมนอกเหนือจากธนาคาร หรือบริษัทไฟแนนซ์และตั้งใจที่จะเสนอบริการที่น่าสนให้กับผู้ที่ต้องการสินเชื่อบุคคล โดยผู้กู้จะได้กู้ในดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าช่องทางปัจจุบัน และในขณะเดียวกันนักลงทุนก็จะได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนชนิดใหม่ เพื่อเพิ่มช่องทางในการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน” ประพัฒน์ กล่าว

กุลนิษฐ์และประพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ PeerPower พัฒนาระบบเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจมาแล้วประมาณ 80-90% และพร้อมที่จะยื่นขอใบอนุญาตทันทีที่เปิดรับสมัคร

Peer-to-Peer Lending หรือ Crowdlending เป็นโปรดักต์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและมีความเสี่ยงต่ำ โดยคอนเซ็ปต์ PeerPower จะเป็นตลาดที่เป็นที่ติดต่อกันระหว่างนักลงทุนผู้ให้กู้ กับผู้ที่ต้องการเงินกู้

อาจจะมีคำถามว่าผู้ที่ต้องการจะกู้เงินทำไมไม่ไปกู้เงินกับธนาคาราพาณิชย์หนือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) หรือนาโนไฟแนนซ์อื่นๆ ที่มีอยู่ย่างมากมาย

ประพัฒน์ กล่าวว่า ในแง่ประโยชน์ของผู้ต้องการกู้เงินจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการไปกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์หรือนันแบงก์ที่คิดอัตราดอกเบี้ย 20-28%แต่ถ้ามากู้ในระบบ PeerPower จะกำหนดอัตราดอกเบี้ย 8-15% การคิดอัตราดอกบี้ยแบบลดต้นลดดอกเบี้ย และมีระยะเวลาการผ่อนชำระที่นานกว่า 2-4 ปี ทำให้ภาระการส่งเงินงวดต่อเดือนลดลง รวมถึงมีขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้ยืดหยุ่นกว่า

ในขณะที่ผู้ลงทุนหรือผู้ให้กู้จะได้รับผลตอบแทน 8-15% ซึ่งสูงกว่าการฝากเงินและมีความเสี่ยงและความผันผวนผลตอบแทนน้อยกว่าลงทุทนประเภทอื่นๆ โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยหุ้นกู้อยู่ที่ 2-4% ต่อปี

ส่วนบริษัททำให้หน้าที่เป็นตัวกลางหรือตลาดสินเชื่อที่จะแมตชิ่งผู้ต้องการเงินกู้กับผู้ต้องการลงทุนให้มาเจอกัน โดยบริษัทจะได้คิดค่าธรรมเนียมจากผู้ต้องการกู้เงิน 3% ของเงินต้น และคิดค่าธรรมเนียมจากผู้ลงทุนประมาณ 1.5% ของเงินต้นที่ได้รับคืน

ประพัฒน์ กล่าวว่า จุดเด่นของบริษัทจะมีการพัฒนาโมเดลเป็นของตัวเองที่จะคัดกรองจัดอันดับเครดิต (เครดิตสกอริ่ง)ลูกค้าแต่ละคน โดยจะพิจารณาจากประวัติการทำงาน การชำระเงิน (เครดิตบูโร) แบ่งกลุ่มประเภทความเสี่ยง เช่น A B C ซึ่งกลุ่มใดมีความเสี่ยงมากก็จะต้องเสียดอกเบี้ยสูง กลุ่มใดมีความเสี่ยงน้อยก็จะได้เสียดอกเบี้ยต่ำ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำสุด-สูงสุดอยู่ที่ระดับ 8-15% ซึ่งผู้ต้องการลงทุนสามารถที่จะเลือกความกลุ่มที่จะให้กู้ได้

ในหลักการของ PeerPower การปล่อยเงินกู้นั้น คนกู้เงินหนึ่งคนแต่จะมีผู้ให้กู้มีหลายคน ยกตัวอย่าง ถ้าต้องการเงินกู้ 1 ล้านบาท จะมีนักลงทุนให้เงินกู้หลายคนที่จะให้กู้ 1 ล้านบาท เป็นหลักการกระจายความเสี่ยง

และในส่วนนักลงทุนถ้ามีเงินลงทุนที่จะให้กู้ 1 แสนบาท ก็กระจายการลงทุนให้กู้แต่ละคนละ 1 หมื่นบาท สามารถให้กู้ได้ 10 คน ถ้าคนใน 10 คนผิดนัดชำระหนี้ อัตราดอกเบี้ย 15% ถ้าใน 10 คนนี้ มีการผิดนัดชำระ 2 คน ก็ยังคงได้ผลตอบแทนประมาณ 10%

สำหรับกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นจะเน้นลูกค้าสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน(คลีนโลน) ต้องการนำเงินไปรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ที่เสียอัตราดอกเบี้ยสูง 20-28%ทซึ่งมองว่าตลาดสินเชื่อบุคคลมีมูลค่ากว่า6-7 แสนล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าหมายเพียงได้ลูกค้ากลุ่มนี้มาประมาณ 1% หรือประมาณ 600 ล้านบาทก็พอใจแล้ว

ทั้งนี้ กำหนดวงเงินให้กู้ 5 หมื่น-1 ล้านบาท ส่วนต้องการจะมาลงทุนกำหนดวงเงินขั้นต่ำลงทุน 2 หมื่นบาท แต่สามารถกระจายการลงทุนด้วยการปล่อยกู้ร่วมแต่ละราย 1,000 บาท เพราะต้องการให้มีการกระจายความเสี่ยง

ในส่วนกลุ่มกลุ่มศักยภาพสูง หรือไฮเน็ตเวิร์ก กำหนดจะต้องมีสินทรัพย์ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท และมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีประมาณ 6 แสนคน สามารถที่จะเข้ามาลงทุนได้ไม่จำกัดจำนวน เพราะถือว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความรู้ด้านการเงินการลงทุน

สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เงินสามารถที่จะทำธุรกรรมขอกู้เงินกรอกข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ของบริษัทและส่งเอกสาร ซึ่งระยะเวลาการอนุมัติถ้ามีการส่งเอกสารครบก็สามารถจะพิจารณาอนุมัติหรือบอกเครดิตสกอริ่งหรือกำหนดว่าจะสามารถกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยเท่าไรภายใน 1-2 วัน 

ในแง่ของการป้องกันความเสี่ยงการจากการผิดชำระหนี้ จะมีการให้ผู้กู้เงินเซ็นเอกสารให้หักเงินในบัญชีเงินเดือนเพื่อการชำระหนี้ และหากลูกหนี้มีการผิดชำระหนี้้จะมีระบบติดตามที่ทวงถามหนี้ รวมทั้งจัดทำรายงานให้กับผู้กู้หรือผู้ลงทุน และบริษัทจะไม่ได้การันตีว่าจะไม่เกิดหนี้เสีย แต่มีระบบเครดิตสกอริ่งระดับหนึ่งที่จะกรองลูกค้าเท่านั้น รวมถึงการส่งข้อมูลประวัติการชำระเงินให้กับบริษัทข้อมูลเครดิตบูโรด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการผิดชำระหนี้ใกล้เคียงกับในระบบที่อยู่ที่ประมาณ 5%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท