posttoday
ความตายที่รื่นรมย์ ของสตีฟ จ็อบส์

ความตายที่รื่นรมย์ ของสตีฟ จ็อบส์

22 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา

โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา

บทสนทนาระหว่างท่าน ว.วชิรเมธี กับ คุณสุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการเดอะเนชั่น ในตอนที่ สตีฟ จ็อบส์ ถูกไล่ออกจากบริษัทของ Apple เขากลับคิดว่าดีต่อจิตใจของเขา เพราะเขาไม่ต้องแบกภาระอะไรๆ ไว้ให้กังวล เรียกว่าเป็น “จิตของผู้เริ่มต้น (Beginners Minds)” เพราะมันคือการเริ่มต้นในสิ่งใหม่อย่างกับเด็กทารกที่ไร้ความกดดันใดๆ เป็นเพราะความคิดที่เขาถูกปรัชญาเซน (Zen) พร่ำสอนแก่เขา

จนกระทั่งจ็อบส์ได้บทเรียนที่สร้างสรรค์งานนวัตกรรมอันล้ำเลิศแปลกแหวกแนวคิดจนกลายมาเป็นนวัตกรที่ผลิตอุปกรณ์ชิ้นเอกเพียงไม่กี่รูปแบบ เช่น i-pod, i-phone, i-pad และ i-tune ที่มีรูปแบบเรียบหรูและ Focus เพียงไม่กี่เรื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้งานได้อย่างเหมาะสม เขาเลิกทำในสิ่งที่ไร้สาระและไม่ใช่สิ่งที่ Apple ต้องการ แต่เขากลับบอกว่าเขาจะผลิตสิ่งที่จะทำให้ผู้บริโภคได้สะดวกสบายขึ้น จนกระทั่งเขาได้บอกกับ จอห์น สกัลรี อดีต CEO ของเป๊ปซี่ว่า “จะมัวจมอยู่กับการขายน้ำหวานไปชั่วชีวิต หรือจะเปิดโอกาสให้ตนเองได้มาร่วมกันพลิกโลก” นับเป็นวรรคทองในการเจรจาธุรกิจในปัจจุบัน

ปรัชญาเซนที่จ็อบส์ได้นำมาใช้กับชีวิตของเขาเปรียบได้ดังธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า การทำงาน หรือบริหารงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องมีอยู่ 4 หลักการด้วยกัน คือ 1) ความอุทิศตนให้กับงาน (Passion) กล่าวคือจะต้องมีความปราถนาอย่างแรงกล้าเพื่อให้ได้มาเรียกว่าต้องอุทิศตน จ็อบส์จึงจัดเป็นประเภทของคนที่บ้าอยู่กับสิ่งที่รัก 2) มีความวิริยะ อุตสาหะ (Diligence) เมื่อรักในสิ่งที่ปรารถนาแล้วไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ก็พร้อมที่จะฟันฝ่าเพื่อสิ่งที่ตนรักเสมอ

3) จดจ่ออยู่เพียงเรื่องเดียว การปฏิเสธพันสิ่งเพื่อเอาเพียงหนึ่งสิ่ง มุ่งอุทิศอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่องานที่ตนถนัดเท่านั้น (Focus in one thing) เป็นการอุทิศตนไม่ใช่เพื่อขายสินค้า หรือสร้างบริษัท Apple เท่านั้นแต่เพื่อสรรค์สร้างชีวิตมนุษย์ให้สะดวกสบายขึ้นต่างหาก 4) คิดนอกกรอบ (Think Different) เกิดจากร่องความคิดของจ็อบส์ ที่เป็นคนคิดนอกกรอบเหมือนพระพุทธองค์ที่หันมาเดินทางสายกลางจนปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ทอดทิ้งพระองค์ไป จึงเกิดนวัตกรรมเครื่องมือทางคอมพิวเตอร์อย่าง Apple มาให้เราๆ ใช้กันตราบเท่าทุกวันนี้

ท้ายที่สุด สตีฟ จ็อบส์ พูดถึงความตายได้อย่างน่าฟัง เพราะไม่มีใครบนโลกนี้สามารถอยู่ได้อย่างอมตะ ทั้งที่จ็อบส์คือบุคคลผู้มีชื่อเสียงและเป็นไอคอนยุคใหม่ แต่เขากลับเลือกดำเนินชีวิตในทางสวนกลับกับคำว่าทันสมัย ด้วยการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และที่น่านำมาเป็นตัวอย่างคือการเตรียมพร้อมรับมือกับความตายของเขา แต่อาจจะเป็นเรื่องยากทีเดียวสำหรับปุถุชนอย่างเรา ซึ่งจ็อบส์สามารถทำได้ เรียกว่า “การเจริญมรณานุสติ” คือ คิดถึงเรื่องความตายอยู่ตลอดเวลา ไม่ประมาทต่อความตายและมองเห็นความตายเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์ คิดว่าการตายเป็นต้นกำเนิดของสิ่งใหม่ๆ จนช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาถึงกับร้องอุทานออกมาว่า “ว้าว” มันช่างเป็นสิ่งที่สวยงามเสียเหลือเกิน

ท้ายที่สุด สตีฟ จ็อบส์ คิดว่าชีวิตมนุษย์ไม่ใช่สวิตช์ไฟที่มีแต่ปิดกับเปิดหรือเกิดกับตาย ชีวิตคนเรามันต้องมีอะไรที่สูงค่ากว่านั้น เปรียบดังปรัชญาเซนที่ว่า “No coming No Going” สสารไม่มีทางหายไปจากโลกเปรียบได้ดั่งวัฏสงสารของมนุษย์ที่เวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่รู้จบ (Infinity) และนี่คือปรัชญาเซนที่จ็อบส์นำไปออกแบบสินค้าตระกูล “I” ทั้งหลาย จากหลักการที่จ็อบส์เจริญมรณานุสติทุกวันทำให้เขาเป็นชาวพุทธโดยแท้ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์โดยจินตนาการให้ไร้ปุ่มปิดเปิดเหมือนชีวิตคนเรา

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ