
อินทัชยืนนโยบายปันผล100%
อินทัช โฮลดิ้งส์คงปันผล 100% ไม่ลงตามแอดวานซ์ที่ลดปันผลเหลือ 70% ของกำไรสุทธิ
อินทัช โฮลดิ้งส์คงปันผล 100% ไม่ลงตามแอดวานซ์ที่ลดปันผลเหลือ 70% ของกำไรสุทธิ
น.ส.ทมยันตี คงพูลศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้อำนวยการส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท อินทัชโฮลดิ้งส์ (อินทัช) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ 100% ของกำไรสุทธิ แม้บริษัทลูกบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (แอดวานซ์) จะลดการจ่ายเงินปันผลเป็นไม่ต่ำกว่า 70% จากเดิมที่ 100% ซึ่งการจ่ายเงินปันผลจากงวดปี 2559 ที่ผ่านมามีอัตราการจ่ายเงินปันผล 8% ซึ่งบริษัทจะยังรักษาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในระดับดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้บริษัทยังมีความสามารถในการลงทุนจากเงินสดในมือที่มีประมาณ 1,700 ล้านบาท อีกทั้งไม่มีหนี้เงินกู้
“การปรับนโยบายปันผลของ แอดวานซ์ เป็นการรองรับการเติบโตของรายได้และผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นที่จะได้รับในระยะยาว เพราะต้องเตรียมเงินไว้ลงทุนในอนาคตเพื่อสร้างฐานธุรกิจ และเป็นการรักษาความแข็งแกร่งของอัตราส่วนทางการเงินเพื่อให้อันดับความน่าเชื่อถือของกลุ่มอยู่ในระดับการลงทุนแต่ช่วงแรกคงกระทบรายได้เงินปันผลรับบ้าง” น.ส.ทมยันตีกล่าว
ในปี 2560 ตั้งงบลงทุนในธุรกิจเงินร่วมลงทุน (วีซี) ไว้ไม่เกิน 200 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกปีนี้จะมีความชัดเจนการลงทุนในวีซีใหม่ ทั้งนี้ยังไม่นับรวมกับโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่เพิ่มทั้งในกลุ่มเทเลคอม มีเดีย และเทคโนโลยีซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่ในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ทรงตัวจากปี 2559 สอดคล้องกับบริษัทลูกคือ บริษัท ไทยคม ที่นำงบการเงินมารวมไว้กับบริษัท
น.ส.นัฐิยา พัวพงศกร ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ แอดวานซ์ เปิดเผยว่า บริษัทยืนยันว่าไม่มีแผนระดมทุนจากช่องทางต่างๆ แม้ว่าในปี 2563 จะต้องจ่ายค่าใบอนุญาต (ไลเซนส์) คลื่น 900 MHz ขนาดใหญ่จำนวนประมาณ6 หมื่นล้านบาท รวมถึงในปี 2560 ที่วางงบลงทุนไว้ประมาณ 4-4.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในแต่ละปีเพียงพอกับการลงทุนได้ทั้งหมด
อีกทั้งปรับนโยบายปันผลเหลือไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรถือเป็นการเตรียมพร้อมของแหล่งเงินทุนรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงทั้งโครงข่ายให้บริการโทรศัพท์มือถือ รวมถึงในส่วนอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ซึ่งในช่วง 3 ปีนี้จะใช้งบลงทุนประมาณ 5,000-8,000 ล้านบาท/ปี
“การปรับนโยบายปันผลช่วยให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันคงความเป็นผู้นำในธุรกิจต่อไป ส่งผลให้กระแสเงินสดมีความแข็งแกร่งรองรับการดำเนินธุรกิจที่แข่งขันรุนแรงได้”
นายวุฒิ อัศวเสริมเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยคม กล่าวว่า ปีนี้รายได้ทรงตัวจากปีก่อนแม้บริษัทได้รับผลกระทบจากที่ลูกค้ารายใหญ่หายไปอย่าง บริษัท ซีทีเอช บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และบริษัท ทีโอที บางส่วนในปีนี้ ส่วนดาวเทียมในออสเตรเลียกำลังติดตามว่าจะต่อสัญญาที่ใกล้ครบกำหนดหรือไม่ เนื่องจากแต่ละบริษัทก็หารายใหม่เข้ามาได้ต่อเนื่อง โดย 2-3 ปีนี้มีแผนที่จะเน้นบุกในกลุ่มอาเซียน รวมทั้งจะเพิ่มบริการแพลตฟอร์มและกลยุทธ์ใหม่ในการเข้าไปช่วยดูการตลาดและเพิ่มช่องทางรายได้ของผู้ใช้บริการสัญญาณดาวเทียม







