posttoday
หวังจีดีพีปีนี้โต 4%

หวังจีดีพีปีนี้โต 4%

21 กุมภาพันธ์ 2560

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกให้เติบโต 5% ให้เป็นเป้าหมายเชิงรุก ขณะที่เศรษฐกิจไตรมาส 4/2559 ที่ขยายตัว 3% และทั้งปี 3.2% ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะถือว่าเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจโลกไม่ดี หลังจากนี้รัฐจะต้องทำงานเต็มที่ เพื่อประคองเศรษฐกิจให้เติบโตตามเป้าหมาย ซึ่งหวังว่าปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.5-4%

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกให้เติบโต 5% ให้เป็นเป้าหมายเชิงรุก ขณะที่เศรษฐกิจไตรมาส 4/2559 ที่ขยายตัว 3% และทั้งปี 3.2% ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะถือว่าเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจโลกไม่ดี หลังจากนี้รัฐจะต้องทำงานเต็มที่ เพื่อประคองเศรษฐกิจให้เติบโตตามเป้าหมาย ซึ่งหวังว่าปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.5-4%

มาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้นำเสนอแผนส่งออกปี 2560 ว่าจะขยายตัว 5% ตลาดจีนโต 4% ฮ่องกงโต 4% สหรัฐโต 3.2% สหภาพยุโรปโต 3% ละตินอเมริกาโต 3% ญี่ปุ่นโต 4% รัสเซียและซีไอเอสโต 12.5% ตะวันออกกลางโต 2% แอฟริกาโต 2.5% อาเซียนโต 5% แบ่งเป็นอาเซียนเดิม 5 ประเทศโต 4.0% ซีแอลเอ็มวีโต 6.4% เป็นต้น

ขณะที่เป้าหมายการส่งออกอุตสาหกรรมรายคลัสเตอร์ มีดังนี้ ยานยนต์และชิ้นส่วนโต 6% สินค้าเกษตรโต 7% เครื่องใช้ไฟฟ้าโต 5% อาหารโต 8% อิเล็กทรอนิกส์โต 5% แฟชั่น/ไลฟ์สไตล์/อัญมณีและเครื่องประดับโต 5% เครื่องนุ่งห่มโต 0% ส่วนการค้าชายแดนในปี 2560 ได้มีการตั้งเป้าหมายผลักดันมูลค่าการค้าชายแดนปี 2560 เพิ่มขึ้น 1.8 ล้านล้านบาท จากปี 2559 ที่มีมูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท

สมคิด กล่าวว่า การจะผลักดันส่งออกให้ได้ 5% กระทรวงพาณิชย์จะต้องทำยุทธศาสตร์ คือเรื่องการเจรจาทวิภาคี โดยมุ่งเน้นไปที่การเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) และหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางการค้า (Strategic Partnership) โดยเอฟทีเอเป็นการลดภาษี แต่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องของการเจรจารายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ลดภาษีเพียงอย่างเดียว โดยประเทศหลักๆ ที่จะต้องเจรจาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ คือ ตลาดซีแอลเอ็มวี

นอกจากเรื่องการส่งออกแล้ว ไทยจะต้องเน้นการออกไปลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากจะมองเฉพาะตัวเลขส่งออกอย่างเดียวไม่ได้ อาทิ ภาคบริการมีสัดส่วนต่อจีดีพีประเทศถึง 30% ซึ่งนอกจากการท่องเที่ยวแล้ว จะมีบริการใดอีกบ้างที่ไทยสามารถผลักดันได้ เช่น แอนิเมชั่น โดยในปี 2560 จะต้องให้ความสำคัญกับตัวเลขการส่งออกและการลงทุนไทยในต่างประเทศ

ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า จีดีพีทั้งปีขยายตัวได้ 3.2% ถือเป็นการเติบโตด้วยฐานที่มั่นคงและกว้างขึ้นขณะนี้หลายเครื่องจักรที่เริ่มกลับมาสนับสนุนการเติบโต ทั้งการส่งออกที่เติบโต 3.4% ทำให้ทั้งปีอยู่ที่ 0% ไม่ติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี การโภคครัวเรือนขยายตัว 2.5% การลงทุนเอกชน 1.8% ภาคเกษตรที่เติบโต 2.9% กลับมาเป็นแรงสนับสนุน

ขณะที่การลงทุนภาครัฐยังอยู่ในเกณฑ์สูงและมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น โดยคาดว่าการลงทุนรัฐจะอยู่ที่ 14.4% โดยโครงการรัฐนั้นหลักๆ จะมีการลงทุนของ 20 โครงการเร่งด่วน ที่ตอนนี้ 4 โครงการเริ่มการก่อสร้างไปแล้ว และอีก 11 โครงการวงเงินลงทุนรวม 5 แสนล้านบาท จะเริ่มลงทุนและเบิกจ่ายภายในปีนี้

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า การลงทุนในปีนี้จะเติบโตดี โดยจะมีปัจจัยในการผลักดันเศรษฐกิจ 2 เรื่อง คือ 1.การลงทุนภาครัฐ 2.เอกชนเชื่อมั่น ซึ่งตรงนี้เอกชนเริ่มลงทุน ในส่วนของรัฐก็ไม่ประมาทและได้ตั้งงบลงทุนไว้สูง โดยไม่หยุดในเรื่องการลงทุน โดยทั้งสองปัจจัยนี้จะช่วยผลักดันให้ทุกอย่างดีขึ้น จะเห็นได้ว่าทุกอย่างเริ่มฟื้นตัวและขยับตัว ในส่วนนโยบายและโครงการต่างๆ รัฐบาลก็เร่งรัดอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจปี 2559 และประมาณการปี 2560 ของ สศช.เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ โดย สศช.ประกาศตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2559 ขยายตัวได้ 3% ถือว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวไม่มาก และการขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปี 3.2% ซึ่งใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้จะขยายตัวได้ 3.3%

สำหรับเศรษฐกิจปี 2560 สศช.คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 3-4% ก็ใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ที่ 3.1-4.1% หรือ 3.6% อย่างไรก็ตามจากการออกมาตรการดูแลเศรษฐกิจต่อเนื่อง การทำงบกลางปี 2560 เพิ่มเติมอีก 1.9 แสนล้านบาท หากเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมาย ก็จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้เต็มศักยภาพที่ 4%

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล