
ไฮไลต์การลงทุนในสัปดาห์นี้จะอยู่ที่ผลประกอบการไตรมาส 4
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ
ไฮไลต์การลงทุนในสัปดาห์นี้จะอยู่ที่ผลประกอบการไตรมาส 4 ที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะทยอยรายงานก่อนถึงเส้นตายในวันที่ 1 มี.ค. รวมถึงการเก็งข่าวปันผล ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 4 นั้น ความคาดหวังอยู่ในระดับต่ำ หลักๆ เป็นผลจากคนไทยอยู่ในช่วงแสดงความอาลัยฯ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของจีน
มองไปข้างหน้า ผลดำเนินงานในปี 2560 มีสัญญาณบวกหลายอย่าง
ประการแรก ความคืบหน้าการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
ประการที่ 2 บรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยมีสัญญาณบวกต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา หนุนโดยการฟื้นตัวของราคาสินค้าเกษตรสำคัญ ภาวะฝนฟ้าที่เป็นใจมากขึ้น การปลดหนี้รถยนต์คันแรกที่ทยอยครบ 5 ปี ภาระภาษีเงินได้บุคคลที่ลดลง มาตรการเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะการอัดงบประมาณกลางปีอีก 1.9 แสนล้านบาท
ประการที่ 3 ภาคการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว หลังนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมา รวมถึงจากยุโรปโดยเฉพาะรัสเซียเริ่มฟื้นตัว
ประการที่ 4 ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยกฐานขึ้นอย่างชัดเจน หลังตกต่ำอย่างหนักเมื่อต้นปี 2559 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีส่วนช่วยหนุนการแกว่งขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นที่เกี่ยวข้อง
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โอเปกส่งสัญญาณอาจยืดข้อตกลง หรือปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอีก หากระดับน้ำมันคงคลังไม่ลดลงตามคาด ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้จึงมีโอกาสมากขึ้นที่จะสูงกว่า 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
หลังออกคำอธิบายงบรวมถึงความเห็นผู้บริหาร จะถูกนำไปสู่การปรับประมาณการกำไร และราคาหุ้นเป้าหมาย
หากหุ้นที่ถูกปรับขึ้นมีจำนวนมากกว่าหุ้นที่ถููกปรับลง จะดึงดูดแรงซื้อเข้าสู่ตลาดหุ้นระลอกใหม่ โดยเฉพาะในหุ้นที่ถูกปรับขึ้น ความเสี่ยงด้านล่างของตลาดหุ้นยังถูกจำกัดจากข่าวปันผล ที่บริษัทส่วนใหญ่จะทยอยประกาศในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. และจ่ายจริงในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. เม็ดเงินปันผลหลักแสนล้านบาท ส่วนหนึ่งยังถูกนำกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นอีกด้วย
กรณีผิดทาง สัญญาณทางเทคนิคจะเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลงระยะสัปดาห์ หากดัชนีหุ้นปิดหลุดแนวรับ 1,555-1,560 จุด หากเกิดกรณีเช่นนี้ ควรลดพอร์ตลงทุน
ตลาดได้รับรู้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเฟดขาขึ้นไว้แล้ว 2 ครั้ง สำหรับปีหนี้ โดยการขึ้นครั้งแรกสำหรับปีนี้น่าจะเป็นการประชุมเฟดเดือน มิ.ย.เป็นอย่างเร็ว หากเกิดการปรับการคาดการณ์เป็นเร็วกว่านี้ กระแสเงินทุนจะไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นจะผันผวนน่าสังเกตว่า ตลาดหุ้นโลกนำโดยตลาดสหรัฐเดินหน้าทำสถิติสูงสุดรายวันครั้งแล้วครั้งเล่า เนื่องจากหุ้นได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและแรงดันเงินเฟ้อ ตรงข้ามกับตราสารหนี้ที่เผชิญความเสี่ยงจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นการปรับพอร์ตระดับโลกยังคงดำเนินต่อไป ผ่านการลดการลงทุนในตราสารหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่อายุยาว และโยกส่วนหนึ่งเข้าตลาดหุ้น หลังขึ้นมายาว ตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มชะลอ รอดูรายละเอียดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของ “ทรัมป์” โดยเฉพาะมาตรการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จ่อจะเปิดเผยรายละเอียดในเร็วๆ นี้ แม้ตลาดหุ้นไทยยังพอมีแรงเหวี่ยงขึ้น โดยมีเป้าหมายการปรับสูงขึ้นที่ 1,600 จุด และ 1,620 จุด ถัดไปที่ 1,650 จุด แต่ตลาดหุ้นไทยเริ่มแพงแล้ว การแกว่งขึ้นรอบนี้จึงแนะแบ่งขายทำกำไร
ดัชนี SET ที่ 1,577.84 จุด มี Valuation ที่ตึงตัว ค่าพี/อีที่ใช้ประมาณการกำไรปี 2560 สูงถึง 15.4 เท่า และส่วนต่างผลตอบแทนหุ้นเทียบกับพันธบัตร (12M-Forward Earning -Yield-Gap) ที่ต่ำเพียง 4.1% (อิง Bloomberg Consensus) เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ 4.6% ส่วนต่างนี้ยิ่งกว้าง ยิ่งคุ้มเสี่ยง
ขณะที่ตลาดหุ้นภาพรวมเริ่มแพง แต่ยังสามารถเลือกซื้อหุ้นรายตัวได้ (โปรดดูเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ธนชาต หรือผ่านแอพพลิเคชั่น Thanachart Think)
ทิศทางค่าเงินบาทเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง บาทแข็งค่าขึ้นจากระดับ 36 บาท ช่วงสิ้นปี มาอยู่แถว 35 บาท/เหรียญสหรัฐ หากบาทเปลี่ยนทิศทางเป็นอ่อนค่ารอบใหม่ต้องระวังแรงขายทำกำไรทั้งหุ้น และค่าเงินจากผู้ลงทุนต่างชาติ
สรุปว่า ตลาดหุ้นยังมีทิศทางเหวี่ยงขึ้น แต่เป็นจังหวะแบ่งขายทำกำไร และต้องติดตามทิศทางค่าเงินเหรียญสหรัฐ/บาท ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน







