
SAPPE โตต่อ
“SAPPE” ชี้เชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวไม่ชัดเจน แต่มองแนวโน้มดีขึ้น พร้อมลุยทำการตลาดกลุ่มโชห่วยต่างประเทศมากขึ้น
“SAPPE” ชี้เชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวไม่ชัดเจน แต่มองแนวโน้มดีขึ้น พร้อมลุยทำการตลาดกลุ่มโชห่วยต่างประเทศมากขึ้น
น.ส.ปิยจิต รักอริยะพงศ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ (SAPPE) เปิดเผยว่า สัญญาณการฟื้นตัวความเชื่อมั่นผู้บริโภคในประเทศเริ่มกระเตื้องหลังจากที่หายไปในช่วงไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากมีเรื่องคาบเกี่ยวกับการเกิดภาวะน้ำท่วมในภาคใต้ และรายได้สินค้าเกษตรไม่ได้ฟื้นตัวมากนัก
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมีแนวโน้มดีกว่าไตรมาส 4 ปีที่แล้วที่ประชาชนยังอยู่ในช่วงแสดงความอาลัย ประกอบกับไตรมาสแรกจะเป็นช่วงที่ดีที่สุด แต่ก็อย่าลืมว่าฤดูกาลช่วงไฮซีซั่น คือ ฤดูร้อนคาบเกี่ยวไตรมาส 2 และไตรมาส 3
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคาดว่าปีนี้จะมีรายได้เติบโตมากกว่า 10% ทั้งจากตลาดต่างประเทศ และตลาดในประเทศที่มีการผลิตภัณฑ์ออกมาใหม่แล้ว 2 ตัว พร้อมกับมีการกระตุ้นโปรโมชั่นทำตลาดของเซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์ ครบรอบ 10 ปี และปลายปียังจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทยังคงให้น้ำหนักไปยังตลาดต่างประเทศจากปัจจุบันที่มีการส่งออกไปต่างประเทศประมาณ 60-70 ประเทศ โดยปีนี้บริษัทใช้กลยุทธ์ปรับช่องทางการจำหน่ายไปยังกลุ่มตัวแทนจำหน่ายประเภทโชห่วยในต่างประเทศมากขึ้น และปีนี้จะบุกการตลาดน้ำมะพร้าวจากที่ซื้อกิจการโคโคนัท แฟคทอรี่ อย่างเต็มที่ เพราะเป็นสินค้าที่นิยมของคนจีน โดยเน้นการใช้ความเข้มแข็งของแบรนด์ในการทำการตลาด
นอกจากนั้น ยังคงเน้นในการบริหารต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตให้มากที่สุด โดยใช้กำลังการผลิตประมาณ 60% ของกำลังการผลิตโดยรวมที่ 1.3 แสนตัน
“ไม่ได้เดินทางไปนำเสนอข้อมูลกับกองทุนเพราะปรับปรุงกิจการภายในบริษัทให้ดีก่อน เพราะเริ่มวางกลยุทธ์ช่องทางจำหน่ายใหม่ และต่อยอดจากธุรกิจที่ได้ซื้อกิจการมา หลังจากนี้คงมีโอกาสให้ข้อมูลกับนักลงทุนมากขึ้น” น.ส.ปิยจิต กล่าว
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปลี่ยนคำแนะนำจากถือหุ้น SAPPE เป็นซื้อ เพราะแนวโน้มการส่งออกเริ่มฟื้นตัว ยอดขายส่งออกทยอยฟื้นตัวทั้งจีนและอินโดนีเซีย อีกทั้งเริ่มขยายตลาดส่งออกน้ำมะพร้าวที่คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนกลางปี 2561 รวมถึงขายบริษัทย่อยอินโดนีเซียเพิ่มสภาพคล่องและหยุดขาดทุน
สำหรับผลกระทบภาษีจากความหวานของเครื่องดื่มมีเพียงเล็กน้อย เพราะเชื่อว่าบริษัทจะมีการปรับสูตรลดความหวาน และบริษัทขายในประเทศเพียง 35% เท่านั้น โดยคาดการณ์ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 5% จากการเพิ่มสินค้า และส่งออกเติบโต 15% จากยอดขายในจีนที่เริ่มเพิ่มขึ้นหลังจากมีพันธมิตรใหม่ช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดของตัวแทนจำหน่าย
ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16% โดยมีราคาเป้าหมายที่ 34 บาท ขณะที่เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ราคา SAPPE ปิดที่ 26 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.8%







