posttoday
KSL น้ำตาลดูแพง

KSL น้ำตาลดูแพง

20 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) มองราคาน้ำตาลปี 2560 อยู่ในทิศทางขาขึ้นต่อเนื่อง โดยมองกรอบไว้ที่ 21-23 เซนต์/ปอนด์ สูงขึ้นจากราคาเฉลี่ยในปี 2559 ที่ 18.27 เซนต์/ปอนด์ จากคาดการณ์ปริมาณผลผลิตน้ำตาลโลกจะอยู่ในภาวะขาดดุลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน สำหรับแนวโน้มกำไรปกติปี 2560 จะได้รับผลบวกจากราคาน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2559 โดยคาดว่า บริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) ได้ล็อกราคาขายส่งออกน้ำตาลล่วงหน้าไปแล้วกว่า 75% คาดล็อกที่ระดับราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าปี 2559 กว่า 30%

ประกอบกับปริมาณอ้อยเข้าหีบน่าจะทรงตัวได้จากปีก่อน แม้จะเจอปัญหาภัยแล้งช่วงต้นปี แต่จากสภาพอากาศที่เย็นขึ้นในช่วงปลายปีน่าจะช่วยหนุนการเติบโตของอ้อยได้ทันเวลา ถือเป็นบวกต่อธุรกิจน้ำตาล และธุรกิจต่อเนื่องอย่างไฟฟ้าและเอทานอลที่น่าจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

รวมถึงคาดธุรกิจน้ำตาลที่ลาวและกัมพูชาจะพลิกกลับมามีกำไรเป็นครั้งแรกราว 100 ล้านบาท (อดีตขาดทุนเฉลี่ยปีละ 200 ล้านบาท) เราปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2560 ขึ้น 18% เป็นการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น 167% จากปี 2559 ที่กำไรหดตัวลง 45.3% FSS ประเมินราคาเป้าหมาย 8.30 บาท อิงอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี เรโช) ที่ 25 เท่า เท่ากับพี/อี สูงสุดของ KSL ในปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำตาลเป็นขาขึ้นเช่นเดียวกัน แนะนำ “ซื้อ”

จากปริมาณผลผลิตน้ำตาลโลกที่เข้าสู่ภาวะขาดดุลในปี 2559 ราว 6.4 ล้านตัน ถือเป็นการขาดดุลครั้งแรกในรอบ 5 ปี ส่งผลให้ราคาน้ำตาลตลาดโลกปรับขึ้น 37.6% จากปีก่อน (เป็นบวกต่อผลการดำเนินงานในงวดปี 2560) และมีการคาดการณ์ว่าน้ำตาลโลกจะยังคงอยู่ในภาวะขาดดุลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันในปี 2560 ราว 6.3 ล้านตัน มาจากปริมาณผลผลิตอ้อยที่ลดลงทั้งในไทย จีน และอินเดีย รวมถึงผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกอย่างบราซิลที่คาดปริมาณอ้อยลดลงเช่นเดียวกัน จึงคาดแนวโน้มราคาน้ำตาลน่าจะยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นในปี 2560 โดยมองกรอบไว้ที่ 21-23 เซนต์/ปอนด์ ซึ่งราคาน้ำตาลตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่เฉลี่ย 20.64 เซนต์/ปอนด์ สูงขึ้นจากราคาเฉลี่ยในปี 2559 ที่ 18.27 เซนต์/ปอนด์ (เป็นบวกต่อผลการดำเนินงานปี 2561)

KSL รายงานกำไรปกติปี 2559 (งวดเดือน พ.ย. 2558-ต.ค. 2559) เท่ากับ 536 ล้านบาท (หากรวมรายการพิเศษ จะมีกำไรสุทธิเท่ากับ1,426 ล้านบาท) ลดลงจากปี 2558 ถึง 45.3% จากเหตุราคาขายน้ำตาลลดลง (เป็นราคาที่ล็อกไว้ตั้งแต่ปี 2558) ประกอบกับปัญหาภัยแล้งทำให้ปริมาณอ้อยเข้าหีบลดลง ส่งผลให้ปริมาณขายน้ำตาลลดลง กระทบต่อไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างไฟฟ้าและเอทานอลหดตัวลงด้วยโดยเฉพาะภัยแล้งได้กระทบต่อธุรกิจไฟฟ้า เพราะต้องหยุดผลิตไฟฟ้าถึง3 เดือน แต่ล่าสุดจากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นในปี 2559 ซึ่งบริษัทได้ทยอยล็อกราคาขายน้ำตาลส่งออกล่วงหน้าไปแล้วกว่า 75% คาดล็อกได้ที่ระดับราคาขาย 21-22 เซนต์/ปอนด์ สูงขึ้นจากปี 2559 กว่า 30%

ในขณะที่คาดปริมาณอ้อยเข้าหีบจะยังทรงตัวได้จากปีนี้ที่ 7.6 ล้านตันอ้อย จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงปลายปีช่วยหนุนการเติบโตของอ้อยได้ทันเวลา ถือเป็นบวกต่อธุรกิจน้ำตาลในปีนี้ นอกจากนี้คาดธุรกิจน้ำตาลที่ลาวและกัมพูชาจะพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ครั้งแรก จากปี 2559 ที่มีผลขาดทุน 180 ล้านบาท คาดว่าปี 2560 จะกลับมามีกำไรได้ราว 100 ล้านบาท จากราคาน้ำตาลที่ปรับสูงขึ้น รวมไปถึงธุรกิจไฟฟ้าและเอทานอลที่จะกลับมาเติบโตอีกครั้งจากปัญหาภัยแล้งที่จบไป

FSS ปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2560 ขึ้น 18% เป็น 1,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167% จากปีก่อน และคาดว่าโตต่อเนื่อง 12.6% ในปี 2561

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ