posttoday
ชาวนาหนี้ท่วม ไร้เงินร่วมกองทุนสวัสดิการ

ชาวนาหนี้ท่วม ไร้เงินร่วมกองทุนสวัสดิการ

06 กันยายน 2553

หลังจากนโยบายสวัสดิการชาวนา ได้รับการเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา การดำเนินการขั้นต่อไป คือ การนำร่าง พ.ร.บ.กองทุนสวัสดิการชาวนา ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ยกร่างไว้ เปิดรับฟังความคิดเห็นจากชาวนาและผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งโรงสี ผู้ค้าข้าว และผู้ส่งออก เพื่อหาข้อสรุปไปปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับสมบูรณ์ออกมา

การเปิดเวทีรับฟังรอบแรกจะเริ่มวันที่ 10 ก.ย. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ ตามด้วยภาคใต้ 21 ก.ย. โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 28 ต.ค. จ.ขอนแก่น ภาคเหนือ 5 พ.ย. จ.พิษณุโลก ยังไม่กำหนดสถานที่

ร่างที่กระทรวงเกษตรฯ จัดทำไว้ มีทั้งสิ้น 57 มาตรา 7 หมวด คือ หมวด 1 ว่าด้วยเรื่องการจัดตั้งกองทุนและลักษณะของกิจการกองทุน หมวด 2 ว่าด้วยเรื่องการควบคุมและการบริหารกิจการของกองทุน หมวด 3 ว่าด้วยเรื่องสำนักงานกองทุนสวัสดิการชาวนา หมวด 4 ว่าด้วยเรื่องสมาชิกและสิทธิประโยชน์ของสมาชิก หมวด 5 ว่าด้วยเรื่องการเงิน การบัญชี และการตรวจสอบ หมวด 6 ว่าด้วยเรื่องการควบคุมกำกับการจัดการทุน และหมวด 7 ว่าด้วยเรื่องบทกำหนดโทษ

โดยประเทศที่มีกองทุนลักษณะนี้ เช่น ประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนา จะเป็นประโยชน์ต่อชาวนามาก เชื่อว่า รัฐบาลไหนเข้ามาก็จะสานต่อกองทุนนี้จนประสบความ

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายยังมีความเห็นไม่ตรงกันหลายประเด็น อายุเกษียณ มีการเสนอครั้งแรกที่ 65 ปี แต่ชาวนาต้องการ 5560 ปี เพราะทำงานหนักแก่เร็ว

เรื่องเงินสมทบก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องหารือ โดยมีการเสนอให้เกษตรกรจ่ายเงินสมทบไม่เกิน 3% ของรายได้จากการขายข้าว แต่หลายฝ่ายเห็นว่าเป็นเรื่องยากที่จะเก็บได้ และอาจเป็นเหตุสำคัญทำให้กฎหมายนี้ไม่มีทางเกิด รวมถึงเงินสมทบจากรัฐจะมาจากไหน ตลอดจนนโยบายของรัฐที่จะออกโครงการเงินออมแห่งชาติ ชาวนาจะต้องการเข้าเป็นสมาชิกทั้งสองกองทุนหรือไม่ และกรณีที่ชาวนาไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีน้อยไร่ จะเข้าไปเป็นสมาชิกได้หรือไม่

นายอดุลย์ โคนพันธุ์ ผู้ประสานงานกลุ่มวิสาหกิจร่วมใจไร้สารพิษ ต.ทุ่งค้อ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า แม้จะเห็นด้วยแต่ห่วงว่ากฎหมายจะออกไม่ได้ เนื่องจากการให้ชาวนาจ่ายเงินสมทบน่าจะทำได้ยากเพราะมีหนี้สินกันมาก เมื่อขายข้าวได้ รายได้กว่าครึ่งหมดกับการชำระหนี้ที่ค้างไว้จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนทำนาที่ผ่านมา ดังนั้นรัฐบาลควรจะกำหนดเงินสมทบให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสมกับสภาพเป็นจริงของรายได้เกษตรกร

นายสนั่น เชิญผึ้ง ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนดิน อ.เขาดิน จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับการตั้งกองทุน เพราะจะทำให้ชาวนามีความมั่นคงมากขึ้น แต่การจ่ายเงินสมทบ อยากให้รัฐบาลพิจารณาให้ชาวนารายย่อยจ่ายให้น้อยที่สุด เพราะนอกจากหนี้สินจากการทำการเกษตรแล้ว ยังมีหนี้นอกระบบที่กู้มาเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี