
กสิกรไทยมองหุ้นพันจุด
เงินต่างชาติหนุนดัชนีวิ่งฉิว ปันผลLTF4กองทุนพันล้าน
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กสิกรไทย มองหุ้นไทยยังแจ๋ว ต่างชาติลุยเต็มสูบหนุนดัชนี 1,000 จุด สบาย พร้อมปันผล 4 กอง LTF ร่วมพันล้านน.ส.โศภนา เจนบวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย มองว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจลงทุนอยู่ โดยขณะนี้นักลงทุนต่างประเทศได้เริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยตั้งแต่ในช่วงดัชนีหุ้นประมาณ 830 จุด เป็นต้นมา และคาดว่าจากนี้ไปหากสภาพคล่องเข้ามาในตลาดอย่างเต็มที่ ดัชนีหุ้นจะไปถึง 1,000 จุด ได้อย่างไม่ยากนัก
ทั้งนี้ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ออกมาค่อนข้างน่าพอใจ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดรองลงมา ทำให้กองทุนมีทางเลือกลงทุนในหุ้นที่หลากหลายธุรกิจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คาดว่าท่ามกลางที่ตลาดปรับตัวขึ้น ตลาดอาจมีความผันผวน เนื่องจากการขายทำกำไรเป็นช่วงๆ บ้าง ดังนั้นแนวกลยุทธ์การลงทุนที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดยังเป็นการเลือกหุ้นรายตัวและใส่น้ำหนักให้ถูกต้องอยู่ต่อไป
“
ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องรอลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในช่วงปลายปีเมื่อได้รับเงินปันผลงวดที่ บลจ.กสิกรไทย เตรียมจ่ายให้แล้ว อาจจะเข้าเริ่มลงทุน LTF ประจำปีนี้ได้เลยโดยไม่ต้องรอไปซื้อพร้อมๆ กันในเดือน ธ.ค.” น.ส.โศภนา กล่าวทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุน LTF จำนวน 4 กองทุน สำหรับผลดำเนินงานรอบ 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.31 ส.ค. 2553 ได้แก่ กองทุนเปิดเค โกรท หุ้นระยะยาวปันผล (KGLTF) ในอัตรา 1.15 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF) ในอัตรา 1.15 บาทต่อหน่วย
กองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คท์ หุ้นระยะยาวปันผล (K20SLTF) ในอัตรา 1.00 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ในอัตรา 0.75 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายเงินปันผลพร้อมกันในวันที่ 24 ก.ย. 2553 ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อในสมุดทะเบียนเวลา 08.00 น. ของวันที่ 31 ส.ค. 2553
สำหรับประวัติการจ่ายปันผลของกองทุน KGLTF และ K20SLTF ซึ่งจัดตั้งปี 2550 จ่ายมาแล้วกองทุนละ 2 ครั้ง รวมมูลค่าเงินปันผล 1.45 บาท และ 1.31 บาท ตามลำดับ กองทุน KDLTF ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนปี 2547 จ่ายปันผลแล้ว 8 ครั้ง รวม3.68 บาท กองทุน K70LTF จัดตั้งกองทุนปี 2548 จ่ายปันผลแล้ว 6 ครั้ง รวมมูลค่าเงินปันผล 2.23 บาท
น.ส.โศภนา กล่าวว่า มูลค่าของการจ่ายปันผลในครั้งนี้สูงถึง 1,136 ล้านบาท หรือประมาณ 7% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทั้ง 4 กองทุน และถือว่ามูลค่าเงินปันผลต่อหน่วยของทุกกองทุนที่จ่ายปันผลในครั้งนี้มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยจ่ายมา โดยกองทุน KGLTF ซึ่งเป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในการจ่ายปันผลครั้งนี้ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในรอบ 6 เดือน สูงถึงประมาณ 8.3% สะท้อนฝีมือของทีมผู้จัดการกองทุน ในการคัดเลือกหุ้นที่มีกำไรเติบโตสูงมากในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว
“
กองทุน KGLTF เป็นกองทุนที่มีโมเดลการลงทุนในหุ้นที่มีกำไรเติบโตสูงอย่างชัดเจนที่สุด โดย 8 เดือนแรกของปีนี้หุ้นในกลุ่มดังกล่าวที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอของกองทุนสามารถทำอัตราผลตอบแทนได้สูงถึง 37.39% ชนะตลาด 13.07% และคาดว่าจากนี้ไปจนถึงปีหน้าลงทุนที่เน้นที่มีกำไรเติบโตสูงยังจะน่าสนใจลงทุนอยู่” น.ส.โศภนา กล่าว






