posttoday
หุ้นระยะกลางแกว่งขึ้นแต่ระยะสั้นผันผวน

หุ้นระยะกลางแกว่งขึ้นแต่ระยะสั้นผันผวน

06 กันยายน 2553

....พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

ศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยทะลุยอดเดิมที่ 925 จุด มาปิดเฉียด 930 จุด ทำสถิติปิดสูงสุดรอบเกือบ 14 ปี หรือย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 3 ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 มูลค่าการซื้อขายหุ้นหนาแน่นกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากสภาพคล่องล้นทั้งในและต่างประเทศ กระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง ดันค่าเงินบาทแข็งค่าแตะระดับ 31 บาท/เหรียญสหรัฐ

ก่อนหน้านักวิเคราะห์ได้ทยอยปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในทิศทางที่ดีขึ้น สวนทางมุมมองต่อเศรษฐกิจของประเทศหลัก โดยเฉพาะสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ที่ชะลอลงอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง

ล่าสุด ธนชาตคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 7.3% ในปีนี้ และ 4.6% ในปีหน้า ช่วยหนุนกำไรของบริษัทจดทะเบียนเข้าสู่วัฏจักรเติบโตรอบใหม่

ขณะที่ส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยกับประเทศหลักค่อยๆ ถ่างออกจากกัน หลัง ธปท.ขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 และส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ คาดว่าค่าเงินบาทแข็งทะลุ 30 บาท/เหรียญสหรัฐ ภายใต้การคาดการณ์ดังกล่าวทำให้เงินทุนไหลเข้าบ้านเราอย่างต่อเนื่องและเกิดขึ้นกับหลายๆ ประเทศในแถบเอเชีย เพราะเศรษฐกิจโตเร็วกว่าเศรษฐกิจโลก และดอกเบี้ยมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นก่อนของประเทศหลัก

สภาพคล่องในตลาดการเงินโลกล้นระบบต่อเนื่องหลังธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด จะส่งสัญญาณคงมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อ แทนที่จะปล่อยให้มาตรการนี้ทยอยหมดอายุ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยซ้ำซ้อน ด้านยุโรปก็อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่องตึงตัวจากวิกฤตหนี้สาธารณะและชดเชยผลกระทบจากมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น

การขึ้นแรงของดัชนีหุ้นไทยรอบนี้ ยังถูกหนุนด้วยความคืบหน้าหลายด้าน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหามาบตาพุด การประมูลใบอนุญาต 3จี และโครงการรถไฟฟ้าหลากสีที่ล่าช้ามาหลายปี ซึ่งโครงการเหล่านี้ก่อให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่รอบใหม่ และส่งสัญญาณบวกต่อการจ้างงานและความต้องการสินเชื่อจากระบบธนาคารพาณิชย์

ลำพัง 3จี เรื่องเดียว หากการประมูลใบอนุญาตเสร็จก่อนสิ้นปีนี้จะก่อให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั้งระบบไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้า ขณะที่การเดินหน้าโครงการเกือบทั้งหมดในมาบตาพุดจะปลดล็อกมูลค่าการลงทุนประมาณ 2.3 แสนล้านบาท และโครงการเหล่านี้เชื่อมโยงอุตสาห กรรมต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำสูงจึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก

ความคืบหน้าเรื่อง 3จี มาบตาพุด และรถไฟฟ้า จึงเสมือนหนึ่งมีเมกะโปรเจกต์เกิดขึ้นในเวลาใกล้กันหลายๆ โครงการนอกจากจะช่วยเรียกความเชื่อมั่น กระตุ้นการลงทุนรอบใหม่แล้ว ยังช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท เพราะต้องนำเข้าวัตถุดิบอุปกรณ์สูง

ส่วนงบประมาณปี 2554 มูลค่า 2 ล้านล้านบาท ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และคงจะผ่านวุฒิสภาในเดือนนี้ ที่จัดงบแบบขาดดุล 4.1% ของจีดีพีจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปีหน้าให้โตต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงทางการเมือง

ปัจจัยบวกทั้งหมดหนุนให้ดัชนีหุ้นไทยให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่าหุ้นเพื่อนบ้านและให้ผลตอบแทนดีติดอันดับต้นๆ ของโลกในปีนี้หลังตกขอบมาหลายปี

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ ธนชาต ประเมินว่า มูลค่าที่เหมาะทางปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยปี 2554 ควรอยู่ที่ 1,150 จุด! ผมก็เชื่อเช่นนั้นสรุปได้ว่าตลาดหุ้นระยะ 12 ปีข้างหน้ายังแกว่งขึ้น

สำหรับระยะสั้นผมเห็นว่า หุ้นวิ่งขึ้นมาเร็วเกินไป และตอบรับปัจจัยบวกไปสมควรแล้ว มีความเสี่ยงถูกขายทำกำไรหนักขึ้น บริเวณ 950960 จุด บริเวณนี้ค่าพีอีแบบที่คิดจากกำไร 4 ไตรมาสย้อนหลังจะขึ้นไปราว 14.5 เท่า ทิ้งห่างค่าพีอีเฉลี่ย 10 ปี ไปเกือบ 2 SD (Standard Deviation) หมายความว่า ในทางสถิติมีโอกาสน้อยมาก ที่จะวิ่งขึ้นต่อทันที ในทางกลับกันมีโอกาสสูงที่จะถูกขายทำกำไร หรือลงมาตั้งหลักรอผลกำไรในไตรมาสถัดๆ ไป ก่อนวิ่งรอบใหม่

ในยามฟ้าใส นกร้อง ดัชนีหุ้นวิ่งขึ้นทดสอบ 950 จุด นักลงทุนอาจมองข้ามปัจจัยเสี่ยงไป จึงต้องเตือนว่า สัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศยักษ์ใหญ่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยซ้ำซ้อน ล่าสุด มิสเตอร์ดูม หรือ ศ.นอริล รูบินิ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ระบุว่าโอกาสที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยระลอก 2 มีถึง 40% หรือมากกว่านั้น ขณะที่การเมืองไทยยังห่างไกลจากภาวะปกติจะยุบไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์คงรู้ก่อนต้นปีหน้าและมีนัยมากต่อเสถียรภาพรัฐบาล

สรุปว่า ตลาดหุ้นระยะกลางดี จะแกว่งขึ้น ปีหน้ามีได้เห็น 1,150 จุด แต่การวิ่งเข้าหา 1,000 จุด รอบนี้คงเร็วเกินไป ปัจจัยพื้นฐานวิ่งตามราคาหุ้นไม่ทัน อย่าลืมว่า หุ้นวิ่งยาวมา 3 เดือนเศษแล้ว นอกจากนั้น เงินทุนต่างชาติไหลเข้าได้ ก็ไหลออกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบาทแข็งค่าเร็วจนถึงเป้าหมาย อาจมีแรงขายทำกำไร 2 ต่อ คือได้กำไรจากตลาดหุ้นและค่าเงิน ดังนั้นสำหรับพอร์ตเทรดดิงน่าใช้จังหวะที่ดัชนีหุ้นวิ่งเข้าหา 950 จุด ทยอยแบ่งขายทำกำไร แบบยิ่งขึ้น ยิ่งขายมากขึ้น โดยเฉพาะในหุ้นที่วิ่งขึ้นมามากๆ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า