
ทหารไทยแนะเปิดทางเอสเอ็มอีเอี่ยวโครงการรัฐ
ทหารไทยแนะรัฐเพิ่มโอกาสร่วมประมูลโครงการ เผยยังห่วงหนี้เสียเอสเอ็มอี แม้แนวโน้มธุรกิจดีขึ้น
ทหารไทยแนะรัฐเพิ่มโอกาสร่วมประมูลโครงการ เผยยังห่วงหนี้เสียเอสเอ็มอี แม้แนวโน้มธุรกิจดีขึ้น
นายไตรรงค์ บุตรากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีในปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้น แต่เป็นการฟื้นช้าๆ ตามทิศทางเศรษฐกิจภาพรวม ทำให้ธนาคารยังดูแลหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อย่างใกล้ชิด แม้ระดับเอ็นพีแอลจะทรงตัว อยู่ในระดับเดียวกับเอ็นพีแอลรวมที่ 2.5% ของสินเชื่อรวมต่ำว่าตลาด ส่วนยอดอนุมัติสินเชื่อยังอยู่ที่ 60% ของคำร้องยื่นกู้ตามความต้องการกู้ของเอสเอ็มอีที่ทรงตัว
“ปลายปีที่แล้วเราตั้งทีมทำงาน 90 คน และปรับรูปแบบการทำงาน ในการเข้าไปติดตามแก้ไขหรือดูแลลูกค้าที่อาจจะมีปัญหาสภาพคล่อง เพื่อช่วยเหลือได้ทันท่วงที แต่ต้องยอมรับเอ็นพีแอลยัง
มีกลุ่มที่น่าห่วงคือ กลุ่มธุรกิจการเกษตรโดยเฉพาะยาง ต้องจับตาดูว่าจะได้อานิสงส์ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นหรือไม่” นายไตรรงค์ กล่าว
นอกจากนี้ อยากให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี เช่น ลดข้อจำกัดในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐได้สะดวกขึ้น เพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีร่วมประมูลงานภาครัฐ เช่น กำหนดเงื่อนไขให้รายใหญ่ที่เข้าประมูลโครงการรัฐต้องกระจายงานให้เอสเอ็มอีในสัดส่วนเท่าไร รวมทั้งให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกันสินเชื่อ เป็นต้น
สำหรับการลงทะเบียนพร้อมเพย์ของนิติบุคคลที่จะเริ่มวันที่ 1 มี.ค. 2560 ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคาร 3.5 หมื่นราย น่าจะทยอยเข้ามาลงทะเบียน แต่ยอมรับว่าลูกค้าบางส่วนยังกังวลการเปิดเผยรายได้ที่อาจไปเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี







