
นายกฯหวังต่างชาติ ร่วมปฏิรูปเศรษฐกิจ
การจัดงาน Opportunity Thailand ระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ. 2560 โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการประชุมที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุน (Honorary Investment Advisor : HIA) โดยมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศทั่วโลกเข้าร่วม 33 ราย เพื่อให้คำแนะนำแก่ประเทศไทยในช่วงที่ต้องการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจสู่ประเทศไทย 4.0
การจัดงาน Opportunity Thailand ระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ. 2560 โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการประชุมที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุน (Honorary Investment Advisor : HIA) โดยมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศทั่วโลกเข้าร่วม 33 ราย เพื่อให้คำแนะนำแก่ประเทศไทยในช่วงที่ต้องการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจสู่ประเทศไทย 4.0
สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงบ่ายคณะ HIA ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยกลุ่ม HIA ระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพมาก เห็นได้จากสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องแม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะผันผวน และมองว่าไทยเป็นศูนย์กลางและเป็นประตูสู่ CLMV และอาเซียน โดยกลุ่ม HIA เห็นว่า การพัฒนาไปสู่ประเทศไทย 4.0 เป็นแนวทางที่ถูกต้อง และทุกรายเห็นตรงกันว่าอยากให้ไทยปรับปรุงด้านทรัพยากรมนุษย์
นอกจากนี้ HIA ได้ชื่นชมในส่วนที่รัฐบาลสามารถแก้ไขได้ดี คือ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับศุลกากร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าประเทศไทยจะดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับปรุงกฎระเบียบความยากง่ายในการประกอบธุรกิจเพื่อสนับสนุนการลงทุนในอีอีซี
“HIA ทุกรายที่เข้าพบนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาและช่วยเหลือบีโอไอมานานมีการลงทุนต่อเนื่องในไทยและเกือบทุกรายเตรียมขยายการลงทุนเพิ่ม บางรายใช้ไทยเป็นฐานลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตอนนี้ต่างชาติมองว่าบรรยากาศในไทยสดใส และเปิดกว้างรับการลงทุนและมีการค้าที่เสรี” สุวิทย์ กล่าว
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับ HIA ว่า รัฐบาลเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเชื่อว่าการลงทุนจากต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย
“นายกรัฐมนตรี ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติจากทุกภูมิภาคเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้สามารถพัฒนามาได้จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะช่วง 50 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไทยรุดหน้าเป็นอย่างมาก ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังว่าขณะนี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาการปฏิรูปครั้งสำคัญของไทย โดยเฉพาะการปฏิรูปเศรษฐกิจ นักลงทุนจะเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาไปพร้อมๆ กัน” พล.ท.วีรชน กล่าว
สำหรับ HIA ที่เข้าร่วมประชุมและเข้าพบนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ มีจำนวนรวม 33 คน จากบริษัทชั้นนำของโลกในอุตสาหกรรมต่างๆ จากหลายภูมิภาค ที่ได้ลงทุนในประเทศไทย รวม 14 ประเทศ แบ่งเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์/ชิ้นส่วน/ยางยานพาหนะ 10 บริษัท เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน 9 บริษัท ชิ้นส่วนโลหะและเครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 4 บริษัท เคมีภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4 บริษัท อาหาร/เกษตร/เกษตรแปรรูป 4 บริษัท อุปกรณ์ทางการแพทย์ 2 บริษัท
หากแยกตามภูมิภาคหรือประเทศแล้ว เป็นบริษัทจากยุโรป 10 บริษัท ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู, ดูคาติ, เอสซีลอร์, อีโวนิก, มอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์, เบเยอร์ เอจี, โรเบิร์ต บ็อซ, แดเนลี, คอร์เบียน (พูแรค), อีเลคโทรลักซ์ จากสหรัฐอเมริกา 6 บริษัท ได้แก่ คาร์กิลล์, ฟาบริเนท, มาร์ส, ซีเกท เทคโนโลยี, เวสเทิร์น ดิจิตอล เทคโนโลยี และ ฟอร์ด มอเตอร์
จากประเทศญี่ปุ่น 11 บริษัท ได้แก่ อายิโนะโมะโต๊ะ, ฟูจิคุระ, มินิแบ, นิสสัน มอเตอร์, โซนี คอร์ปอเรชั่น, บริดจสโตน, โฮย่า คอร์ปอเรชั่น, ไอเอชไอ คอร์ปอเรชัน, คูโบต้า, มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จากประเทศจีน ได้แก่ หัวเว่ย เทคโนโลยี จากประเทศเกาหลีใต้ ได้แก่ โพสโค จากอินเดีย ได้แก่ อินโดราม่า เวนเจอร์ จากไต้หวัน ได้แก่ คอลคอม อิเลกทรอนิกส์, นำเชา กรุ๊ป และจากประเทศออสเตรเลีย บริษัท บลูสโคป สตีล







