posttoday
เร่งบูรณาการงานรัฐ One Map-โครงสร้างพื้นฐาน

เร่งบูรณาการงานรัฐ One Map-โครงสร้างพื้นฐาน

15 กุมภาพันธ์ 2560

เริ่มต้นปี 2560 ปฏิบัติการบูรณาการภารกิจของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกันให้ดำเนินงานไปในทิศทางที่สอดคล้องกันของรัฐบาลในหลายโครงการ

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

เริ่มต้นปี 2560 ปฏิบัติการบูรณาการภารกิจของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกันให้ดำเนินงานไปในทิศทางที่สอดคล้องกันของรัฐบาลในหลายโครงการ เช่น แผนการบูรณาการข้อมูล แผนงาน และโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การจัดทำผังภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล และโครงการ One Map ซึ่งเป็นการบูรณาการแผนที่ที่ดินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้มาใช้ในอัตราส่วนเดียวกัน และแบ่งอาณาเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานให้มีความชัดเจน ซึ่งโครงการเหล่านี้เริ่มเดินหน้าและรอที่จะเห็นการบูรณาการที่เป็นรูปธรรม 

One Map รอกฎหมายบังคับใช้

One Map หรือโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ ในมาตราส่วน 1 : 4,000 เริ่มขึ้นตามคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2558 เห็นชอบให้ปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มาตราส่วน 1 : 4,000 ให้ใช้แผนที่ที่มีมาตราส่วนเดียวกันทั่วประเทศ และแก้ปัญหาการทับซ้อนกันของที่ดินของรัฐ เช่น ที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดินป่าสงวน ที่ราชพัสดุ ที่ดินตามหนังสือสำคัญที่หลวง เป็นต้น เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกและครอบครองที่ดินของรัฐ ลดการพิพาทหรือการพิสูจน์สิทธิ ซึ่งมาจากปัญหาการทับซ้อนกันของแนวเขตที่ดินของรัฐ ให้แนวเขตที่ดินของหน่วยงานรัฐมีความถูกต้อง ตรงตามกฎหมาย และใช้แผนที่ในมาตราส่วนเดียวกัน โดยการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการเป็นการประสานการทำงานของหน่วยงานรัฐในทุกระดับ

สำหรับการดำเนินงาน คณะกรรมการจัดทำ One Map ได้อนุมัติแผนที่ซึ่งได้จัดทำโดยคณะอนุกรรมการจังหวัด และอนุกรรมการภาค เป็นแผนที่เดียวที่จะใช้ในกฎหมายแนบท้ายของ 9 หน่วยงาน ที่มีหน้าที่ดูแลที่ดินของรัฐแล้ว และได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ซึ่งเป็นอนุกรรมการเทคนิค เพื่อจัดทำฐานข้อมูล แนวเขตป่าไม้ และแนวเขตที่ดินของรัฐ และจัดทำแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบที่ดินว่าอยู่ในเขตที่ดินรัฐหรือไม่ โดยขณะนี้รอประกาศเป็นกฎหมายบังคับใช้ One Map คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือน

เร่งบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน

ขณะที่อีกด้านหนึ่งกระทรวงมหาดไทยเริ่มต้นบูรณาการข้อมูล แผนงาน และโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อเป็นแผนหลักในการดำเนินการด้านการพัฒนาผังเมืองตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมบูรณาการข้อมูล แผนงาน และโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อเป็นแผนหลักในการดำเนินการด้านผังเมือง ก่อนสรุปผลการดำเนินการอีกครั้ง เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

“ประเทศไทยมีข้อมูลเรื่องแหล่งน้ำ ระบบสาธารณูปโภค และแหล่งที่อยู่อาศัย กระจัดกระจายอยู่หลายหน่วยงาน ซึ่งควรนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกันเพื่อประเมินสถานการณ์หาทางแก้ปัญหาและวางผังเมืองในระยะยาวอย่างเป็นระบบ” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่กำหนดแนวทางการบูรณาการข้อมูลแผนงานและโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ พิจารณา ตรวจสอบข้อมูล แผนงาน โครงการ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการวางแผนระยะยาวเพื่อบูรณาการการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและการผังเมืองให้สอดคล้องกัน ได้มีการวางแผนงานที่จะต้องรวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดส่งรายละเอียดของข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานทุกประเภท และให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ในฐานะของฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนำมาบูรณาการ ทบทวน ปรับปรุงฐานข้อมูลอย่างครบถ้วนต่อไป

ขณะที่ มณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า การประชุมแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านคมนาคมขนส่ง เป็นการรวบรวมข้อมูล อาทิ ทางหลวง ถนน ระบบราง สนามบินและท่าเรือ
ด้านแหล่งน้ำ อาทิ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฝาย ประตูระบายน้ำ คลองส่งน้ำ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลทั้งหมดของทุกหน่วยงานที่ส่งมายังฝ่ายเลขานุการฯ นั้น กรมจะนำไปปรับปรุงให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน และเป็นการเตรียมข้อมูลเหล่านี้มาใช้เพื่อการจัดทำผังประเทศต่อไป และจะจัดทำข้อมูลเป็นระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือน พ.ค. 2560

ผนึกผังเมือง กทม.-ปริมณฑล

นอกจากนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำโครงการวางผังภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเป็นผังแม่บททางกายภาพที่ชี้นำการพัฒนากรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบให้เกิดขึ้นให้ได้ภายในปี 2560 โดยการจัดทำผังภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑลหรือภาคมหานครแห่งเอเชีย ภายใต้บทบาทสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่ง 2.ศูนย์กลางภาคการค้าและบริการ 3.ศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นสูง 4.ศูนย์กลางด้านสาธารณสุขและการแพทย์ 5.ศูนย์กลางด้านการท่องเที่่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ขณะเดียวกัน สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร กำลังอยู่ระหว่างวางผังเมืองภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบด้วย สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม และปทุมธานี ซึ่งการวางผังเมือง กทม.และปริมณฑล เพื่อเป็นการบูรณาการรองรับการพัฒนาพื้นที่ให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ลดปัญหาความขัดแย้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงจัดระบบคมนาคมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกัน และจะเป็นกรอบให้แต่ละจังหวัดพัฒนาพื้นที่ในทิศทางเดียวกัน โดยได้ร่วมประชุมวางแนวทางเบื้องต้นกับจังหวัดปริมณฑลแล้วและอยู่ระหว่างการวางผังเมือง โดยคาดว่าจะดำเนินการเสร็จในปี 2561

สำหรับการวางผังเมืองจะกำหนดให้สอดคล้องใน 4 ด้าน คือ 1.ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้ที่ดินในจุดต่างๆ เกิดการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน และจัดสรรพื้นที่เพื่อการพัฒนาได้อย่างเหมาะสม 2.ผังคมนาคมโดยการวางระบบขนส่งมวลชนรูปแบบหลักและรองเพื่อให้เข้าถึงทุกพื้นที่และสามารถเชื่อมเป็นโครงข่าย 3.ผังสาธารณูปโภคโดยการวางระบบสาธารณูปโภคด้านต่างๆ ทั้งไฟฟ้า ประปา ให้เหมาะสมกับพื้นที่ 4.ผังด้านสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียวโดยจะมีการวางผังระบบการระบายน้ำให้เหมาะสมกับทุกพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในภาครวมการดูแลพื้นที่สีเขียว

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าการดำเนินการทั้งหมดมาจากฝ่ายนโยบายที่สั่งการลงมาให้ข้าราชการหลากหลายหน่วยงานรัฐร่วมกันปฏิบัติ ซึ่งเป็นที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า แต่ละหน่วยย่อมมีอำนาจและอาณาจักรเป็นของตัวเอง ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญของการบูรณาการ หากไม่สามารถทลายอาณาจักร และปรับทัศนคติของแต่ละหน่วยงานให้เป็นในทิศทางได้จริง งานบูรณาการต่างๆ ก็อาจเป็นได้แค่งานที่มีผักชีโรยหน้าเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า