
PTGมีเฮต้นทุนการเงินลด ทริสขยับเครดิตเป็นBBB+
ทริส เรทติ้ง เพิ่มเครดิต PTG เป็น BBB+ จากเดิม BBB เหตุผลดำเนินงานดี แชร์ธุรกิจค้าน้ำมันเพิ่มขึ้น
ทริส เรทติ้ง เพิ่มเครดิต PTG เป็น BBB+ จากเดิม BBB เหตุผลดำเนินงานดี แชร์ธุรกิจค้าน้ำมันเพิ่มขึ้น
บริษัท ทริส เรทติ้ง เพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เป็นระดับ “BBB+” จากเดิม “BBB” แนวโน้ม “คงที่” อันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงผลการดำเนินงานของบริษัทที่ดีขึ้นและส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจค้าน้ำมันสำเร็จรูป ตลอดจนประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่าย และการมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากลักษณะของธุรกิจค้าน้ำมันที่มีอัตรากำไรต่ำและการแทรกแซงจากภาครัฐในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันโดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การลงทุนจำนวนมากที่ทำให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูงเกินกว่า 2 เท่า และกระแสเงินสดรองรับการชำระหนี้อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยเชิงลบต่ออันดับเครดิตของบริษัทด้วย ในขณะที่ปัจจัยเชิงบวกต่ออันดับเครดิตของบริษัท ได้แก่ กรณีที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงขึ้นและความสามารถในการชำระหนี้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วงปี 2560-2562 บริษัทมีแผนการขยายสถานีบริการ COCO จำนวน 350-400 แห่ง/ปี คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท/ปี
ด้าน PTG มีสถานีบริการน้ำมันในชื่อ PT ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2559 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 1,306 แห่ง คิดเป็นประมาณ 5% ของจำนวนสถานีบริการน้ำมันทั้งหมดในประเทศไทย โดย 9 เดือนแรกของปี 2559 บริษัทจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปในปริมาณรวมทั้งสิ้น 2,126 ล้านลิตร โดยประมาณ 75% ของปริมาณที่จำหน่ายดำเนินการผ่านสถานีบริการที่บริษัทเป็นเจ้าของและดำเนินการเอง (COCO) อีกประมาณ 12% จำหน่ายผ่านสถานีบริการที่ตัวแทนจำหน่ายเป็นเจ้าของและดำเนินการ (DODO) และส่วนที่เหลืออีก 13% จำหน่ายโดยตรงให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม
สำหรับบริษัท ทริส เรทติ้ง คาดว่าระหว่างปี 2559-2562 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 60-65% ขณะที่อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายจะอยู่ในระดับ 6-7 เท่า และอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมจะอยู่ในระดับ 25-30%
ทั้งนี้ อันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนทางการเงินดีขึ้น







