posttoday
ลีสซิ่งกสิกรปล่อยกู้9.6หมื่นล.

ลีสซิ่งกสิกรปล่อยกู้9.6หมื่นล.

15 กุมภาพันธ์ 2560

ลีสซิ่งกสิกรไทยมั่นใจตลาดรถฟื้นตัว ดันสินเชื่อคงค้างโต 6.3% ด้านกรุ๊ปลีส บุกตลาดแอฟริกาและยุโรปตะวันออก

ลีสซิ่งกสิกรไทยมั่นใจตลาดรถฟื้นตัว ดันสินเชื่อคงค้างโต 6.3% ด้านกรุ๊ปลีส บุกตลาดแอฟริกาและยุโรปตะวันออก

นายศาศวัต วีระปรีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าทำยอดสินเชื่อคงค้างให้ได้ 96,430 ล้านบาท เติบโต 6.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 90,696 ล้านบาท และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่เกิน 1.8% โดยจะเน้นทำตลาดในกลุ่มรถยนต์ที่มีศักยภาพเป็นหลัก เช่น กลุ่มรถยนต์นั่งและกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์และแคมเปญส่งเสริมการขายใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีกำไร 820 ล้านบาท เติบโต 25.2% ปล่อยสินเชื่อได้ 79,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับ 2558 โดยแบ่งเป็นสินเชื่อใหม่เช่าซื้อและลีสซิ่งและสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียน 37,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% และสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 42,763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% และมีเอ็นพีแอลอยู่ที่ 1.6%

สำหรับทิศทางของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ตลาดรวมในปีนี้ คาดว่ามีโอกาสเติบโตที่ 2-4% ขณะที่แนวโน้มตลาดรถยนต์ในปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า มีโอกาสขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่ประมาณ 2-7% หรือมียอดขายประมาณ 7.85- 8.25 แสนคัน เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและโครงการรถยนต์คันแรกที่จะทยอยครบกำหนดในครึ่งปีหลังนี้

ทั้งนี้ ประเภทของรถยนต์ที่มีโอกาสเติบโตได้ดี คือ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถหรูสัญชาติตะวันตก รถบรรทุก และรถกระบะ 4 ประตู โดยกลุ่มรถยนต์นั่งมีแนวโน้มขยายตัวที่ 3-8% หรือประมาณ 3.37-3.55 แสนคัน จากการซื้อรถคันใหม่เมื่อครบกำหนดโครงการรถยนต์คันแรกและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ส่วนตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ คาดว่าเติบโต 17% หรือประมาณ 2.7 หมื่นคัน

นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส กล่าวว่า  ในปีนี้ธุรกิจของบริษัทจะแข็งแกร่งมากขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจปกติและจากการควบรวมกิจการใหม่ ซึ่งกลยุทธ์แพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์มีส่วนสำคัญมากในการช่วยให้บริษัทสามารถขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง โดยปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจอยู่ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สิงคโปร์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา อินโดนีเซีย ศรีลังกา และในปีนี้ได้ตั้งเป้าขยายไปสู่ตลาดใหม่อีก 13 ประเทศ ในทวีปแอฟริกาและยุโรปตะวันออก ทำให้ครอบคลุมรวม 20 ประทศ ถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขยายมุ่งสู่บริษัทชั้นนำระดับโลก โดยในปีที่ผ่านมามีกำไร 1,062 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท