
ค้าปลีกแนะรัฐชง6ข้อหนุนโต
แม้ว่าปีนี้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยจะออกมาคาดการณ์ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3-3.2% ซึ่งถือว่าสูงกว่าปี 2559
โดย...จะเรียม สำรวจ
แม้ว่าปีนี้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยจะออกมาคาดการณ์ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3-3.2% ซึ่งถือว่าสูงกว่าปี 2559 ที่มีอัตราการเติบโตเพียง 2.97% เท่านั้น เนื่องจากตลอดทั้งปีผู้ประกอบการค้าปลีกไทยต้องเจอกับปัจจัยลบหลากหลายด้าน ส่งผลให้ต้องออกมาทำกิจกรรมการตลาดกันอย่างหนักตลอดทั้งปี
อย่างไรก็ดี เพื่อความไม่ประมาท ในการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการในธุรกิจ ค้าปลีกยังคงต้องทำธุรกิจอย่างระมัด ระวังต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็มีความหวังว่ารัฐบาลจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจ ค้าปลีกในปีนี้ไหลลื่นมากขึ้น ด้วยแรงสนับสนุนในด้านต่างๆ จากภาครัฐ ซึ่งทุกปีจะมีการยื่นข้อเสนอไปถึงภาค รัฐทุกปี โดยมีสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เป็นแม่งานใหญ่ในการยื่นข้อเสนอ ดังกล่าว
จริยา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ในปีนี้สมาคม ผู้ค้าปลีกไทยก็ได้มีการยื่นข้อเสนอไปยังภาครัฐด้วยกัน 6 ข้อ ประกอบด้วย 1.ภาครัฐควรเร่งหามาตรการสร้าง ความเชื่อมั่นเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศในการจับจ่ายและการลงทุน เช่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวใน ช่วงโลว์ซีซั่น โดยอาศัยความร่วมมือ ทั้งจากภาคการท่องเที่ยว โรงแรม และค้าปลีก ซึ่งจะสามารถกระตุ้นให้ทั้ง คนไทยและนักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้
ข้อที่ 2 ภาครัฐควรเร่งสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคภายในประเทศและผู้บริโภคที่เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยให้กระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา ประกาศจัดงาน "ไทยแลนด์ แบรนด์ เซลล์" เป็นระยะเวลา 3 เดือน สร้างบรรยากาศเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคที่ยังมีกำลังซื้ออยู่ให้กลับคืนมา
สำหรับข้อที่ 3 คือ ภาครัฐควร เร่งศึกษาและพิจารณาเรื่องการลด ภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์หรูอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่น เครื่องสำอาง เครื่องหนัง และนาฬิกา เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว 4.ภาครัฐต้องมีมาตรการส่งเสริมการค้าชายแดนอย่างชัดเจน โดยพิจารณาผ่อนผันการเปิดด่านต่างๆ การเพิ่มจำนวนด่าน และการอำนวยความสะดวก รวมทั้งพิจารณาให้มี VAT Refund for Tourist ในกรณีนักท่องเที่ยวเพื่อนบ้านเดินทางเข้ามาในประเทศทางบก
ขณะที่ข้อที่ 5 ภาครัฐควรมีการกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหากระแสเงินสดหมุนเวียนที่ขาดสภาพคล่อง อันเนื่องมาจากต้นทุนแรงงานและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น เช่น แก้กฎเกณฑ์ผู้ประกอบการภาคผลิตและจัดจำหน่ายระดับเอสเอ็มอ ที่เป็นคู่ค้ากับสมาชิกของสมาคม สามารถ นำใบสำคัญการสั่งซื้อ (Invoice) ที่ได้รับจากห้างค้าปลีกเป็นหลักประกันใน การกู้เงินจากธนาคารทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง เป็นต้น และ 6.ภาครัฐควรจัดระเบียบการค้าออนไลน์ ที่อยู่นอกกรอบให้เข้าระบบ
ข้อเสนอที่ยื่นไปทั้งหมดหากถามว่าอยากให้ภาครัฐช่วยเหลือข้อไหน ก่อนคงจะหนีไม่พ้นข้อที่ 3 ซึ่งจะเป็น เรื่องของการลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์หรู เนื่องจากปัจจุบันราคาขายในไทย ยังไม่สามารถสู้ประเทศเพื่อนบ้านได้ ส่งผลให้ขาช็อปคนไทยยังคงแห่ไปช็อปปิ้งต่างประเทศกันอย่างคึกคัก
ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเองปัจจุบันก็เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแค่เพียงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น ไม่ได้เน้นช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์ เนมแต่อย่างใด







