posttoday
"STA" ได้ดี ยางพาราขาขึ้น

"STA" ได้ดี ยางพาราขาขึ้น

14 กุมภาพันธ์ 2560

ราคายางพารากำลังอยู่ในช่วงพลิกจากจุดต่ำสุดสู่ราคาขาขึ้น ส่งผลให้บริษัทจะมีอำนาจสูงขึ้้นในการเจรจาต่อรองราคาขาย

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

“วิชญ์พล สินเจริญกุล”ผู้ช่วยผู้จัดการ แผนกยางธรรมชาติ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ว่า สถานการณ์ราคายางพารากำลังอยู่ในช่วงพลิกจากจุดต่ำสุดสู่ราคาขาขึ้น ส่งผลให้บริษัทจะมีอำนาจสูงขึ้้นในการเจรจาต่อรองราคาขายได้เพิ่มขึ้น

บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ประมาณ 1.7 ล้านตัน ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง และในปี 2561 มีเป้าหมายยอดขายที่ 2 ล้านตัน ทุบสถิติใหม่ต่อเนื่องด้วย เพราะประเมินว่าความต้องการใช้ยังเติบโตได้เฉลี่ยราว 4-5% ต่อปี

ขณะนี้นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศติดต่อขอข้อมูลบริษัทมากขึ้น ในเดือน ม.ค. 2560 ที่ผ่านมาเฉพาะสถาบันต่างชาติมี 10 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นกองทุนหน้าใหม่และกองทุนต่างชาติขนาดใหญ่ระดับโลก เนื่องจากมองว่าการลงทุนของสถาบันจะลงทุนเป็นทั้งกลุ่มหุ้นจึงมีความสนใจหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะน่าจะเห็นว่าธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์กำลังใกล้เข้าสู่วงจรขาขึ้น และเพื่อเข้ามาเรียนรู้ข้อมูลการทำธุรกิจด้วย

STA เป็นบริษัทยางพารา 1 ใน 2 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และเริ่มมีโบรกเกอร์ชวนไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ในต่างประเทศ หลังจากโรดโชว์ต่างประเทศครั้งสุดท้ายในปี 2556 ซึ่งปีนี้บริษัทมีแผนจะออกไปโรดโชว์ต่างประเทศอีกครั้ง หลังมีกองทุนต่างประเทศหน้าใหม่สนใจธุรกิจของบริษัท

ในปี 2560 มีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยปีนี้สูงกว่าช่วง 9 เดือนแรกปี 2559 ที่อยู่ที่ 7.3% ขณะที่สินค้าที่ STA ผลิตและขายผลิตภัณฑ์หลักคือยางแท่งสัดส่วนประมาณ 80% อีก 10% เป็นยางแผ่น ทั้งสองส่วนมีลูกค้าหลักคือผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ และอีก 10% เป็นกลุ่มถุงมือยาง

STA ยังคงนโยบายขายล่วงหน้าระหว่าง 1-3 เดือน แม้รูปแบบการซื้อของลูกค้าจะเปลี่ยนแปลงชัดเจนตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2559 จนถึงปัจจุบัน เพราะลูกค้าเริ่มปรับกลยุทธ์ซื้อยางพาราเร็วขึ้นจากเดิมที่จะรอให้โรงงานไม่มีวัตถุดิบก่อนค่อยมาซื้อ หรือรอซื้อให้ช้าที่สุดเพื่อให้ได้ราคาต่ำ

ขณะนี้ลูกค้ากลับมาสั่งซื้อล่วงหน้า บางรายพยายามซื้อล่วงหน้าให้ไกลที่สุดเพื่อเก็บสต๊อกมากขึ้น ยอมจ่ายในราคาในตลาดไซคอม สิงคโปร์หรือสูงกว่าราคาไซคอมค่อนข้างมาก จากเดิมที่ขายที่ราคาอ้างอิงตลาดไซคอม สะท้อนว่าลูกค้าต้องการชิงซื้อยางพาราจากคู่แข่งเพราะกังวลว่ายางพาราจะขาดตลาด เปลี่ยนแปลงจากรูปแบบการซื้อยางของลูกค้าในช่วงราคายางขาลงกับขาขึ้น ที่ผ่านมาช่วงราคายางขาลง ลูกค้าจะพยายามซื้อให้ช้าเพราะยิ่งซื้อช้ายิ่งจะได้ราคาถูก

ทั้งนี้ เนื่องจากราคายางพาราในตลาดช่วงที่ผ่านปรับเพิ่มขึ้นรุนแรงและต่อเนื่อง เริ่มขยับขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ย. 2559 ถึงปัจจุบันราคายางแท่ง TSR20 ตลาดไซคอมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,300 เหรียญสหรัฐ/ตัน ถือเป็นราคาที่สูงสุดในรอบ 6 ปี ราคาขยับขึ้นต่อเนื่องมาจากเดือน ธ.ค. 2559 ที่ 1,800 เหรียญสหรัฐ เทียบจากเดือน ต.ค. 2559 อยู่ที่ประมาณ 1,400-1,500 เหรียญสหรัฐ/ตัน

ขณะที่วงจรของราคาปกติในแต่ละรอบทั้งขาลงและขาขึ้น ในแต่ละรอบของวงจรเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 7 ปี/รอบ ซึ่งในปี 2560 ถือเป็นช่วงปีที่ 7 ของวงจร ปัจจัยหนึ่งที่ราคายางพาราปรับขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากกองทุนต่างประเทศที่เข้าเก็งกำไรสินค้าโภคภัณฑ์ หลังทราบผลชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ช่วงสิ้นเดือน พ.ย. 2559 ราคากระโดดไปที่ 1,700 เหรียญสหรัฐ จากต้นเดือนที่ 1,500 เหรียญสหรัฐ/ตัน

ราคายางพุ่งขึ้นแรงเนื่องมาจาก 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยแรก นโยบายของทรัมป์ที่ประกาศว่าจะมีการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก รวมปัจจัยที่สอง มีเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกยางพาราที่สำคัญของไทยและของโลก ฉุดผลผลิตน้ำยางและยางแผ่นรมควันในตลาดให้ลดลงไปจำนวนมาก ส่งผลให้ราคายางแผ่นรมควันในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ม.ค. 2560 ขยับขึ้นมาแรงแตะที่ระดับ 100 บาท/กิโลกรัม (กก.) จากต้นเดือนเดือน ธ.ค. 2559 ที่ 70 บาท/กก. เปรียบเทียบกับจุดต่ำสุดของวงจรรอบนี้ในเดือน ม.ค. 2559 ที่ราคาเคยลงไปแตะที่ระดับ 35 บาท/กก.

สำหรับนโยบายของทรัมป์ที่ประกาศว่าจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่จะทำให้ความต้องการใช้ยางพาราเพื่อนำไปผลิตล้อรถยนต์บรรทุก รวมถึงรถยนต์ประเภทต่างๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างหรือทำเหมืองเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะล้อรถยนต์ประเภทเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบปริมาณมหาศาล เพราะเป็นล้อที่มีขนาดใหญ่มากเพราะที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเหล่านี้ถือว่าซบเซามาโดยตลอด ขณะที่อุตสาหกรรมล้อรถยนต์ถือเป็นผู้ใช้ยางพาราหลักสัดส่วนประมาณ 70% ของโลกที่มีการใช้ประมาณ 12.5 ล้านตัน/ปี

ทั้งนี้ เริ่มเห็นแนวโน้มผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ของจีนขยับเข้ามาตั้งโรงงานฐานผลิตในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพื่อแก้ปัญหาตอบโต้การทุ่มตลาดยางล้อรถยนต์ของจีนที่สหรัฐใช้ จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการจีนออกมาร่วมทุนหรือลงทุนขยายฐานการผลิตในต่างประเทศมากขึ้นที่จะช่วยเพิ่มความต้องการใช้ยางพารา

 วิชญ์พล ประเมินว่า ราคายางแท่ง TSR20 ตลาดไซคอมเฉลี่ยซึ่งเป็นตลาดอิงสำคัญในปี 2560 นี้จะไม่ต่ำกว่า 2,000 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากราคาเฉลี่ยปี 2559 อยู่ที่ 1,380 เหรียญสหรัฐ/ตัน หากไม่มีปัจจัยคาดไม่ถึงมากระทบต่อราคาให้ปรับลงแรง

“ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวเร่งให้ราคายางพาราขึ้นไปแรง คือสภาพภูมิอากาศเพราะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อราคาโดยตรง เพราะปี 2559 ที่ผ่านมาที่ราคาขึ้นมาจากสภาพอากาศเป็นหลัก ทำให้ผลผลิตปีที่ผ่านมาไม่เติบโตซึ่งหากเกิดขึ้นต่อโดยเฉพาะน้ำท่วมภาคใต้จะกระทบเยอะ เพราะปกติเดือน ม.ค.ของทุกปีจะมีผลผลิตออกมาสูงสุด ส่วนภาพจะชัดเจนว่ายางกลับเข้าวงจรขาขึ้นต้องรอดูทั้งปีนี้ โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนของสหรัฐ”

สำหรับ STA ไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องแหล่งวัตถุดิบจากน้ำท่วมภาคใต้ เพราะมีแหล่งเพาะปลูกยางพาราในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคเหนือที่สามารถทดแทนได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท