posttoday
SYNNEX

SYNNEX

14 กุมภาพันธ์ 2560

ธุรกิจหลักของ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNNEX คือ การจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี อุปกรณ์ต่อพ่วง ซอฟต์แวร์ ระบบสารสนเทศ

โดย...จิตรา อมรธรรม

ธุรกิจหลักของ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNNEX คือ การจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี อุปกรณ์ต่อพ่วง ซอฟต์แวร์ ระบบสารสนเทศ และอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ในลักษณะค้าส่งกว่า 50 แบรนด์ ที่มีความสามารถในการบริหารสินค้าคงคลังและโลจิสติกส์ในระดับสูง ซึ่งสะท้อนมายังความผันผวนของกำไรที่ต่ำ แม้การเป็นผู้ค้าส่งจะทำให้บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิต่อยอดขายเพียง 1% เศษ

แต่ก็มีพัฒนาการมาโดยตลอดอย่างช้าๆ จาก 1.0% เป็น 1.7% และประคองตัวได้ในยามภาวะเศรษฐกิจไม่เป็นใจ สำหรับปี 2559 ที่กำลังจะประกาศผลประกอบการปลายเดือนนี้ FSS คาดอัตรากำไรสุทธิต่อยอดขายที่ 1.7% จากที่ทำได้ 1.2% ในปี 2556 (กำไรสุทธิปี 2556-2558 โตเฉลี่ย 20% ต่อปี) และอัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือที่ทำได้ 13 เท่า มากกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มซื้อขายสินค้าไอทีที่ 7 เท่า

ทั้งนี้ โครงสร้างรายได้สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ (1) กลุ่มConsumer เช่น คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 49% ของรายได้รวม(2) กลุ่มอุปกรณ์สื่อสาร เช่น มือถือและแล็ปท็อป 30% ของรายได้รวม และ (3) กลุ่มตลาด Commercial เช่น ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์โครงข่าย 21% ของรายได้รวม

แม้ตลาดไอทีจะคาดการณ์แนวโน้มได้ยาก แต่ด้วยเงื่อนไขการเติบโตของปริมาณการใช้ข้อมูลที่สูงขึ้น ซึ่ง CISCO คาดว่าการเชื่อมต่อข้อมูลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18% ต่อปี ไปจนถึงปี 2563 โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลผ่านมือถือที่คาดว่าจะโตไม่ต่ำกว่า 53% ต่อปี ซึ่งเราคาดว่าตลาดในประเทศที่กำลังซื้อเริ่มฟื้นตัวจะเติบโตในแนวโน้มเดียวกัน และการเพิ่มแบรนด์ใหม่ในพอร์ตสินค้าของ SYNNEX ปีละ 2-3 แบรนด์

ทำให้คาดว่ารายได้ปี 2560-2562 จะเติบโตไม่น้อยไปกว่าปี 2556-2559 ที่ 8-13% ต่อปี ขณะที่แผนการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า คาดว่าจะหนุนให้อัตรากำไรสุทธิต่อยอดขายเพิ่มขึ้นปีละ 0.1% ซึ่งจะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิทันทีราว 5-7% การประมาณการกำไรสุทธิปี 2560-2562 ที่โตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปี จึงเป็นสิ่งที่คาดหวังได้

ธุรกิจใหม่ของ SYNNEX มีความน่าสนใจทั้ง (1) การขยายธุรกิจไปเมียนมาโดยใช้โมเดลธุรกิจเดียวกับไทย เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่และกำลังเติบโตเร็วจากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่ง GSMA คาดว่าการเชื่อมต่อด้านมือถือจะยังโตไม่ต่ำกว่า 100% ในปี 2560 และ (2) การให้บริการด้านการเงินแก่กลุ่มลูกค้าเดิม ซึ่งนอกจากจะเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นแล้ว ยังเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยที่เป็นผลดีต่อการเติบโตในระยะยาว แต่เนื่องจากเรายังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน ผลกระทบเชิงบวกซึ่งเราคาดว่าเป็นระดับที่มีนัยสำคัญ จึงถือเป็น Upside ต่อประมาณการในอนาคต

ราคาเหมาะสมตามพื้นฐานในปีนี้เท่ากับ 15.50 บาท

FSS ประเมินราคาเป้าหมายปี 2560 ที่ 15.50 บาท อิง P/E Multiplier เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกลุ่มจำหน่ายสินค้าไอทีที่ 25 เท่า คิดเป็น P/E to Growth ใน 3 ปีข้างหน้าที่ 1.3 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 1.7 เท่า แนะนำซื้อ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท