
คันทรี่จะเป็นบูติกโบรกฯ
“บล.คันทรี่ กรุ๊ป” พร้อมโตหลังปรับโครงสร้างเสร็จ หวังเป็นโบรกเกอร์บูติกเน้นบริการรอบด้าน ลุยธุรกิจมาร์จิ้นเพิ่ม
“บล.คันทรี่ กรุ๊ป” พร้อมโตหลังปรับโครงสร้างเสร็จ หวังเป็นโบรกเกอร์บูติกเน้นบริการรอบด้าน ลุยธุรกิจมาร์จิ้นเพิ่ม
นายวีรพัฒน์ เพชรคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คันทรี่ กรุ๊ป เปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ว่า แผนงานช่วง 3 ปีนี้จะเน้นวางรากฐานให้บริษัทมีการเติบโตจากทุกส่วน โดยมีเป้าหมายเป็นโบรกเกอร์บูติกที่มีการบริการทุกอย่างรอบด้าน ทั้งลูกค้ารายบุคคลที่เป็นพรีเมียมหรือไฮเน็ตเวิร์ก และลูกค้าสถาบันที่พร้อมเปิดตัวพันธมิตรต่างประเทศ ซึ่งกำลังเจรจาและจะได้ข้อสรุปในไตรมาสแรกปีนี้
ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้ขายพอร์ตลูกค้ารายบุคคลให้กับ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน เพื่อลดค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งสูงมากจากการขยายสาขาจำนวนมาก เพราะมองว่าการแข่งขันจะสูงขึ้นทั้งแข่งเรื่องค่านายหน้าค้าหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น) จึงปรับโครงสร้างให้มีความคล่องตัวขึ้น
สำหรับปีนี้บริษัทจะรวมสาขาที่กระจายตัวมาเป็นศูนย์กลางแต่ละภูมิภาคจากทั้งหมด 14 สาขา ซึ่งมีเป้าหมายระยะยาวให้สัดส่วนรายได้ลูกค้าบุคคลต่ำกว่า 50% เหลือ 40% และเพิ่มสถาบันเป็น 30% จาก 20% ส่วนที่เหลือมาจากรายได้อื่น เช่น งานฝ่ายวาณิชธนกิจ การซื้อขายของพอร์ต บล. (ป๊อปเทรด) ทั้งหุ้นและตราสารหนี้
อย่างไรก็ตาม ปีนี้จะเพิ่มจำนวนกลุ่มลูกค้าทั้งรายบุคคลและสถาบัน โดยจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทำกองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวทฟันด์) บริษัทต้องการมีบริการเสริมสำหรับลูกค้าไฮเน็ตเวิร์กที่มีพอร์ต 20 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
นอกจากนั้น จะมีการนำเรื่องออโตแมชชีน หรืออัลกอร์เทรดดิ้ง มาเสริมบริการให้กับลูกค้าที่จะสามารถบริการดูแลเรื่องการบริหารความมั่งคั่งได้ ซึ่งมีความแตกต่างจาก บล.อื่น เพราะปกติ บล.ที่จะมีส่วนนี้ต้องมีธนาคารแม่เป็นส่วนใหญ่
ขณะเดียวกัน บริษัทก็สามารถต่อยอดอัลกอร์เทรดดิ้งนี้มาใช้ในการทำป๊อปเทรดหรืออาบิทาจได้อีกด้วย รวมทั้งบริษัทเตรียมเพิ่มทีมงานฝ่ายวิจัยที่จะวิเคราะห์หุ้นให้ครบ 100% จาก 75% การเข้าพบบริษัทจดทะเบียนมากขึ้น พร้อมกับการเสริมให้ลูกค้ารู้จักและเข้าใจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วมากขึ้น เช่น การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) และยังมีเครื่องมือต่อยอดในการให้ข้อมูลกับลูกค้าด้วยระบบไลน์ของบริษัทโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม สิ้นปี 2559 บริษัทมียอดบัญชีซื้อขายลูกค้า 5.2 หมื่นบัญชี มีการซื้อขายสม่ำเสมอ (แอ็กทีฟ) 1 หมื่นบัญชี เป็นโบรกเกอร์อันดับที่ 27 ส่วนแบ่งการตลาด 1.65% และ ณ วันที่ 9 ก.พ. 2560 อันดับอยู่ที่ 30 ส่วนแบ่งการตลาด 1.03%
ทั้งนี้บริษัทได้เพิ่มทีมเจ้าหน้าที่การลงทุนให้สื่อสารในกลุ่มลูกค้าเก่าที่อาจจะลืมว่ามีการเปิดพอร์ตกับบริษัท เพราะไม่ได้ย้ายพอร์ตหุ้นไปกับเจ้าหน้าที่การลงทุนที่ย้ายค่ายไปก่อนหน้านี้ ก็ทำให้มียอดบัญชีทีมเพิ่มขึ้น 20-30% และมีมูลค่าการซื้อขาย อีกทั้งภาวะตลาดหุ้นดี







