
นอติลุสบุกในประเทศ
นอติลุสหันลุยตลาดในประเทศ เร่งทำตลาดสินค้าแบรนด์ตัวเอง พร้อมปรับภาพลักษณ์สินค้าเจาะคนรุ่นใหม่รักสุขภาพ
นอติลุสหันลุยตลาดในประเทศ เร่งทำตลาดสินค้าแบรนด์ตัวเอง พร้อมปรับภาพลักษณ์สินค้าเจาะคนรุ่นใหม่รักสุขภาพ
นายวิชัย กรณปกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอติลุสฟู้ด (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2560 นี้ บริษัทจะหันมาผลิตสินค้าแบรนด์ของตัวเองเข้าทำตลาดในประเทศมากขึ้น ภายหลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับการผลิตให้กับสินค้าแบรนด์ต่างๆ (โออีเอ็ม) เพื่อทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์สินค้าของตัวเองเข้าทำตลาดแล้ว 5 แบรนด์ ประกอบด้วย นอติลุส นอติลุส ไลท์ ซีคราวน์ มงกุฎทะเล และลิลี่
สำหรับสินค้าที่จะเป็นตัวหลักในการทำตลาดปีนี้ คือ นอติลุส ไลท์ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และเพื่อให้สินค้าของบริษัทเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ “นอติลุส ไลท์เทรนดิ คัพ” ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานในรูปแบบคัพ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่อย่างนักศึกษาและวัยเริ่มทำงาน
“เดิมทีกลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัทจะเป็นกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งหลังจากปรับภาพลักษณ์สินค้าใหม่ พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ นอติลุส ไลท์ เทรนดิ คัพ อร่อย สุขภาพดี ทุกเวลา เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพ บริษัทมั่นใจว่าจะได้ผลการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย” นายวิชัย กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทหันมาทำแบรนด์ของตัวเองมากขึ้น เพราะปัจจุบันการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง และบริษัทไม่สามารถพัฒนาสินค้านวัตกรรมได้ตามที่ต้องการ จึงต้องหันมาทำแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งหลังจากเดินหน้าทำแบรนด์ของตัวเองมากขึ้นคาดว่าอีก 3 ปีจะมีสัดส่วนรายได้ที่เป็นแบรนด์ของตัวเองอยู่ที่ 40% รับจ้างผลิต 60% เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้มาจากสินค้า
ตัวเองที่ 20% และรับจ้างผลิต 80%
นายวิชัย กล่าวอีกว่า หลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องคาดว่าสิ้นปี 2560 จะมีรายได้เติบโตที่10% จากปี 2559 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 6,400 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการส่งออก 80% ในประเทศ 20% โดยในส่วนของรายได้จากต่างประเทศ แบ่งเป็น โอเชียเนีย 25% เอเชีย 25% ตะวันออกกลาง 25% อเมริกาเหนือ แคนาดา 20% และอื่นๆ 5%
ขณะที่ภาพรวมตลาดอาหารพร้อม รับประทานในปี 2559 มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 8,600 ล้านบาท โต 8% แบ่งเป็นกลุ่มแช่แข็ง 60% แช่เย็น 30% และกลุ่มอาหารอุณหภูมิห้อง เช่น ปลาทูน่า ปลากระป๋อง มีสัดส่วน 10%







