posttoday
ตรวจสอบเครดิตหุ้นกู้เอกชนก่อนลงทุน

ตรวจสอบเครดิตหุ้นกู้เอกชนก่อนลงทุน

13 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...ทริส เรทติ้ง

โดย...ทริส เรทติ้ง

ทริส เรทติ้ง ได้ออกบทสรุปอันดับเครดิตปี 2559 เป็นปีที่มีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ เริ่มจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำอย่างมาก ตามด้วยการถอนตัวของสหราชอาณาจักร หรือประเทศอังกฤษ ออกจากสหภาพยุโรป(เบร็กซิต) และปิดท้ายด้วยชัยชนะที่ไม่คาดคิดของโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ ในปีดังกล่าว เศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวอย่างช้าๆ และผลของเบร็กซิตก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอังกฤษมากมายอย่างที่มีการคาดการณ์ไว้

ราคาน้ำมันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในระหว่างปี โดยเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ต่ำกว่า 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงต้นปี 2559 มาอยู่ที่มากกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงปลายปี 2559

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกซึ่งวัดจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลกในปี 2560 จะเติบโตในอัตราประมาณ 3.4% จากปีก่อนหน้า โดยประเมินจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นของประเทศสหรัฐ

เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นระหว่างปีโดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวโดยอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2559 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3% มากกว่าปี 2558 ที่เติบโตเพียง 2.8%

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยังคงได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการส่งออกสินค้าไปยังตลาดในประเทศต่างๆ ที่สำคัญโดยเฉพาะประเทศจีน รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายประการ เช่น เร่งให้มีการประมูลโครงการที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคพื้นฐานหลายโครงการ การคืนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก และการให้นำค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษีมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในปี 2560 ธุรกิจท่องเที่ยวและการลงทุนของภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในปี 2559 ทริส เรทติ้ง มีการจัดและประกาศผลอันดับเครดิตให้แก่บริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งสิ้นรวม 146 ราย โดยเป็นการจัดอันดับเครดิตใหม่ 17 ราย รวมบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้และกลับมาชำระคืนหนี้ได้ใหม่ 1 ราย

บริษัทที่ยกเลิกการจัดอันดับเครดิต 2 ราย จึงทำให้จำนวนบริษัทคงเหลือ ณ สิ้นปีอยู่ที่ 143 ราย สัดส่วนของบริษัทที่มีการประกาศอันดับเครดิตต่อสาธารณะ (ไม่นับรวมบริษัทที่เข้ามาใหม่ บริษัทที่ยกเลิกอันดับเครดิต และบริษัทที่มีการผิดนัดชำระหนี้) ที่มีอันดับเครดิตคงเดิมอยู่ที่ 82.5% ลดลงจาก 83.3% ในปีก่อนหน้า

บริษัทที่ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตมี13 ราย ถูกปรับลดอันดับเครดิต 8 ราย ผิดนัดชำระหนี้ 1 ราย มีบริษัทที่ได้รับการเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิต 5 ราย และถูกประกาศเครดิตพินิจแนวโน้มเชิงบวก
1 ราย แม้บริษัทที่ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตจะมีจำนวนมากกว่าบริษัทที่ถูกปรับลดอันดับเครดิต แต่สัดส่วนของบริษัทที่ถูกปรับลดอันดับเครดิตต่อบริษัทที่ได้รับการเพิ่มอันดับเครดิตกลับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.62 จาก 0.46 ในปี 2558 เนื่องจากมีบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ 1 ราย ในปี 2559 ซึ่งทำให้จำนวนบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้สะสมตั้งแต่ปี 2537 เพิ่มขึ้นเป็น 19 ราย (เป็นบริษัทที่มีการผิดนัดชำระหนี้ระหว่างที่ยังมีการจัดอันดับเครดิตอยู่ 15 ราย และอีก 4 ราย มีการผิดนัดชำระหนี้ภายหลังจากขอยกเลิกอันดับเครดิตไปแล้ว)

ทั้งนี้ เนื่องจากจำนวนบริษัทที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้อัตราการผิดนัดชำระหนี้สะสม 1 ปี 2 ปี และ 3 ปี ในปี 2559 ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.2% 2.7% และ 3.9% จาก 1.3% 2.8% และ 4.2% ในปี 2558 ตามลำดับ โดยบริษัทที่รับการจัดอันดับเครดิตโดยทริส เรทติ้ง ส่วนใหญ่มีอันดับเครดิตอยู่ในระดับ “A” และ “BBB” ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณมากกว่า 80% ของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตทั้งหมด

ตราสารหนี้ระยะยาวภาคเอกชน ณ สิ้นปี 2559 มีมูลค่าคงเหลืออยู่ที่ 2.486 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทจำนวนมากหันมาระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้จากการที่ตลาดตราสารหนี้เป็นแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนค่อนข้างต่ำ สัดส่วนของตราสารหนี้ที่ไม่มีอันดับเครดิต (ที่ออกโดยบริษัทที่มีอันดับเครดิตและไม่มีอันดับเครดิต) เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 24% จาก 11% ในปี 2558 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำส่งผลให้นักลงทุนที่มีรายได้สูงมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าแม้จะมีความเสี่ยงสูงก็ตาม

การผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินของบางบริษัทที่ไม่มีอันดับเครดิตในช่วงปลายปี 2559 ต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2560 ก็ส่งผลกระทบในด้านลบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ อย่างไรก็ดีผลกระทบน่าจะอยู่ในวงจำกัดและตลาดน่าจะกลับคืนสู่ภาวะปกติในไม่ช้า

ทริส เรทติ้ง คาดว่า มูลค่าตราสารหนี้ที่ออกในปี 2560 น่าจะใกล้เคียงปีก่อนหน้า โดยมูลค่าตราสารหนี้ที่ออกและจดทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2559 อยู่ที่ 7.723 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.2% จากปีก่อนหน้าทั้งนี้ บริษัทในกลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พาณิชย์ อาหารและเกษตร ตลอดจนโทรคมนาคมมีการออกตราสารหนี้มากกว่า 50% ของมูลค่าหุ้นกู้ทั้งหมดที่ออกในปี 2559

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี