posttoday
พอร์ตสถาบันซื้อไอพีโอ‘อาฟเตอร์ยู’ รายบุคคล‘ยง อารีเจริญเลิศ’รวย

พอร์ตสถาบันซื้อไอพีโอ‘อาฟเตอร์ยู’ รายบุคคล‘ยง อารีเจริญเลิศ’รวย

13 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

ปิดพอร์ต 20 สถาบันรวยหุ้นไอพีโอ AU ขณะที่บิ๊ก บจ.ธีระพงษ์ จันศิริ-คีรีกาญจนพาสน์ ร่วมซื้อ

บริษัท อาฟเตอร์ยู (AU) ซึ่งดำเนินธุรกิจจำหน่ายขนมหวาน 2 ประเภท คือ ธุรกิจร้านขนมหวาน ภายใต้ชื่อ “ร้านอาฟเตอร์ยู” และ “ร้านเมโกริ”และธุรกิจบริการจัดงานนอกสถานที่และการรับจ้างผลิต ซึ่งได้เสนอขายหุ้นและนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอหรือ mai เมื่อเดือน ธ.ค. 2559 ซึ่งตามระเบียบและกฎจะต้องรายงานผลการเสนอขายหุ้นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ทั้งนี้ AU ถือว่าเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสนใจอย่างมากและถือว่าเป็นหุ้นไอพีโอที่จะเข้าจดทะเบียนใน mai ที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นร้านขนมหวานที่เป็นที่นิยม และในแต่ละสาขาจะต้องต่อแถวเพื่อเข้าไปทานที่ยาวมาก

สำนักงาน ก.ล.ต.รายงานว่า ได้รับแบบรายงานผลการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) หุ้นของบริษัท อาฟเตอร์ยู (AU) ซึ่งเสนอขายระหว่างวันที่ 14-16 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมาจำนวน 165 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 4.50 บาท คิดเป็นเม็ดเงินระดมทุนรวมทั้งสิ้น 734.81 ล้านบาท โดยมีบริษัท หลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

สำหรับนักลงทุนสถาบัน 20 อันดับ ที่ได้รับหุ้นจองของ AU โดยที่ได้รับมากเป็นอันดับ 1 คือ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไทย รีคัฟเวอรี่ ซีรี่ส์ 2 จำนวน 1.5 ล้านหุ้นเป็นเงิน 6.75 ล้านบาท และมอร์แกน สแตนเลย์ แอนด์ โค อินเตอร์เนชั่นแนล จำนวน 1.5 ล้านบาท เป็นเงิน 6.75 ล้านบาท อันดับ 2 คือ กรุงเทพประกันชีวิต จำนวน 1.32 ล้านหุ้น เป็นเงิน 5.97 ล้านบาท อันดับ 3 คือ กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นเอ็ม เอ ไอ จำนวน 1.14 ล้านหุ้น เป็นเงิน5.17 ล้านบาท อันดับ 4 จำนวน 2 ราย คือ กองทุนเปิดภัทร กองทุนหุ้นขนาดเล็กและกลางจำนวน 1 ล้านหุ้น เป็นเงิน 4.5 ล้านบาท และเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำนวน 1 ล้านหุ้น เป็นเงิน 4.5 ล้านบาท และอันดับ 5 คือ พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนจำนวน 9 แสนหุ้น เป็นเงิน 4.05 ล้านบาท อันดับ 6 คือ ทิสโก้มาสเตอร์ ร่วมทุน ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ซื้อ 6.7 แสนหุ้นเป็นเงิน 3 ล้านบาท อันดับ 7 บริษัท กรุงเทพประกันภัย ซื้อจำนวน 5 แสนหุ้น เป็นเงิน 2.25 ล้านบาท อันดับ 8 กองทุนเปิดบรรษัทภิบาลหุ้นระยะยาว 4.9 แสนหุ้น เป็นเงิน 2.23 ล้านบาท อันดับ 9 กองทุนเปิดไทย แวลูโฟกัส อิควิตี้ ปันผล 4.16 แสนหุ้น วงเงิน 1.87 ล้านบาท อันดับ 10 กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว 3.84 แสนหุ้น เป็นเงิน 1.73 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในกรณีของ AU นักลงทุนสถาบันใช้สิทธิในการจองซื้อทั้งหมด 13.25 ล้านหุ้น เป็นเม็ดเงินทั้งสิ้น 59.63 ล้านบาท

สำหรับส่วนของนักลงทุนรายบุคคล 20 อันดับแรกที่ได้รับการจัดสรรนั้น มีบุคคลที่น่าสนใจ เช่น ธีระพงษ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ได้รับการจัดสรรเป็นอันดับ 2 จำนวน 12 ล้านหุ้น เป็นเงิน 54 ล้านบาท วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) จำนวน 5 แสนหุ้น เป็นเงิน 2.25 ล้านบาท และคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) จำนวน 4.14 แสนหุ้น เป็นเงิน 1.86 ล้านบาท

นอกจากนี้ บุคคลในตระกูลอารีเจริญเลิศ นำโดย ยง อารีเจริญเลิศ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทเจ้าพระยาห้องเย็น รับได้การจัดสรรหุ้นเป็นอันดับ 1 จำนวน 16.84 ล้านหุ้น วงเงิน 75.78 ล้านบาท และยังมีหลายๆ รายชื่อในตระกูลนี้ รวมเบ็ดเสร็จได้รับการจัดสรรหุ้นทั้งหมด 34.94 ล้านหุ้น รวม 157.23 ล้านบาท

หากนักลงทุนสถาบันซึ่งปกติจะเข้าลงทุนหุ้นในระยะยาว และถ้าหากยังคงถือหุ้น AU อยู่ก็จะได้รับกำไรจำนวนมาก เพราะปัจจุบันราคาหุ้นของ AU ซื้อขายที่ 12.40 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาจองที่ 4.50 บาท จะได้รับกำไรประมาณ 175.55%

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน