
Low Beta Style ผันผวนต่ำ ผลตอบแทนจูงใจ
โดย...อำพล โฆษิตาภรณ์
โดย...อำพล โฆษิตาภรณ์
สไตล์การลงทุนของนักลงทุนย่อมมีหลากหลายสไตล์ตามความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ หากเป็นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มากก็มักจะลงทุนด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่ามีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่อยากได้ผลตอบแทนที่ดีระดับหนึ่ง แต่ไม่ชอบหรือรับความผันผวนสูงไม่ค่อยได้ พูดง่ายๆ ว่าไม่อยากเห็นเงินลงทุนของตนเองแกว่งขึ้นลงหวือหวาเกินไป ประกอบกับไม่มีเวลาติดตามตลาดมากนัก อาจทำให้การจับจังหวะทำได้ยากและมักไม่ค่อยประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันมีปัจจัยหลากหลายที่ส่งผลกระทบทั้งในด้านบวกและด้านลบเข้ามาในโลกการลงทุนตลอดเวลา โดยเฉพาะในตลาดหุ้น เห็นได้จากในแต่ละปีตลาดหุ้นมักจะแกว่งตัวขึ้นลงผันผวนมาก และหุ้นที่มีราคาแกว่งตัวขึ้นลงผันผวนสูงนั้น จะมีค่า Beta มากกว่า 1 (เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นไทย SET Index ที่มีค่าเท่ากับ 1) ดังนั้นการลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดก็คือ การลงทุนในหุ้นที่มีค่า Beta ต่ำกว่า 1 นั่นเอง และที่ผ่านมากองทุนที่ลงทุนในหุ้นแบบ Low Beta ก็สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีพอสมควร ในบางปีก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นบวก ทั้งๆ ที่หุ้นไทยติดลบ เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับนักลงทุน
หลายท่านอาจจะเคยลงทุนบ้างแล้ว หรือบางท่านอาจจะคุ้นหู กองทุน T-LowBeta ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต มาบ้าง เพราะมีอายุเกือบ 5 ปีแล้ว (จดทะเบียนมาตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. 2555) นโยบายกองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีค่า Beta ต่ำกว่า 1 โดยเฉลี่ย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ในรอบปีบัญชีกองทุน และผู้จัดการกองทุนมีเกณฑ์เพิ่มเติมที่จะเลือกหุ้นเข้าพอร์ต โดยเน้นหุ้นของกิจการชั้นดี พื้นฐานแข็งแกร่ง งบการเงินดี มีกระแสเงินสดจากการประกอบกิจการที่ค่อนข้างแน่นอน มีอัตราการเติบโตที่ดีและสามารถจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ หรือเป็นหุ้นที่ผ่านช่วงตกต่ำของธุรกิจไปแล้ว (เราไม่ได้ดูแต่ค่า Beta เพียงอย่างเดียว)
อย่างไรก็ตาม หากหุ้นที่ลงทุนมีค่า Beta สูงกว่า 1 กองทุนยังสามารถถือต่อได้อีกระยะหนึ่ง แต่ต้องรักษาวินัย คือ สัดส่วนของหุ้นในพอร์ตต้องเป็นหุ้นที่ Low Beta เฉลี่ยไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ซึ่งกองทุน T-LowBeta จะระบุชัดเจนในโครงการกองทุน
ดังนั้น ผู้ลงทุนก็จะทราบชัดเจนว่ากองทุนที่ท่านจะเลือกลงทุนนั้นเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นสไตล์ไหนและด้วยกลยุทธ์ที่ใช้การเลือกหุ้นแบบ Low Beta สามารถให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบัน บลจ.ธนชาตได้ต่อยอดความสำเร็จของกลยุทธ์ดังกล่าว และเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ลงทุนมากขึ้น คือ มีกองทุน T-LowBetaRMF และ T-LowBetaLTFD ให้ผู้ลงทุนเลือกลงทุนเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการประหยัดภาษี
หรือแม้แต่ T-PrimeLowBeta ที่มีนโยบายลงทุนในแนวเดียวกับกลุ่มกองทุน T-LowBeta แต่ปรับความผันผวนให้น้อยกว่า คือ ลงทุนในหุ้นที่มีค่า Beta ย้อนหลัง 3 ปี ไม่เกิน 0.85 โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ในรอบปีบัญชีกองทุน และตั้งใจจ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง เน้นลงทุนในหุ้นที่มีธุรกิจแข็งแกร่ง เกี่ยวกับสาธารณูปโภค มีคู่แข่งน้อยราย ได้สัมปทานระยะยาว และธุรกิจมีความผันผวนน้อยกับวัฏจักรเศรษฐกิจ บริษัทจ่ายเงินปันผลทุกปีอย่างสม่ำเสมอ ผู้ลงทุนจะเห็นว่าหุ้นที่ลงทุนมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดมาก เพราะค่า Beta ของกองทุนนี้ต่ำกว่ากลุ่มกองทุน T-LowBetaเสียอีก
ดังนั้น กองทุน T-PrimeLowBeta จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่คาดหวังเงินปันผลที่กองทุนจ่ายปีละ 2 ครั้ง และมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดมาก อาจเป็นผู้ลงทุนที่คุ้นเคยแต่การลงทุนตราสารหนี้ก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้น่าสนใจมาก และได้เปิดเป็นกองทุนเปิดซื้อขายได้ทุกวันทำการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. 2560 ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่ธนาคารธนชาตทุกสาขา







