posttoday
ธุรกิจยุค 4.0

ธุรกิจยุค 4.0

13 กุมภาพันธ์ 2560

โลกยุค 4.0 ฉุดไม่อยู่จริงๆ กระแสสังคมซึมซับรับรู้และวิ่งหาโลกเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง ผู้ประกอบการรุ่นเก่าต่างเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและสร้างพื้นที่ยืนในตลาด ส่วนคนรุ่นใหม่เวลานี้ไม่ต้องพูดถึงหายใจเข้าออกเป็นสตาร์ทอัพกันหมดแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่บ้านเราจะได้เกิดธุรกิจเล็กๆ จำนวนมากที่มีศักยภาพและมีอนาคตมีโอกาสเติบโตสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทย

โลกยุค 4.0 ฉุดไม่อยู่จริงๆ กระแสสังคมซึมซับรับรู้และวิ่งหาโลกเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง ผู้ประกอบการรุ่นเก่าต่างเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและสร้างพื้นที่ยืนในตลาด ส่วนคนรุ่นใหม่เวลานี้ไม่ต้องพูดถึงหายใจเข้าออกเป็นสตาร์ทอัพกันหมดแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่บ้านเราจะได้เกิดธุรกิจเล็กๆ จำนวนมากที่มีศักยภาพและมีอนาคตมีโอกาสเติบโตสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทย

เด็กรุ่นใหม่มีความคิดความอ่านและมีความเชี่ยวชาญในโลกไซเบอร์มาก ส่วนใหญ่มุ่งเรื่องซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ คนไหนไม่มีธุรกิจส่วนตัวดังว่าจะรู้สึกแย่ถูกมองว่าเป็นคนเอาต์ ไม่เท่ในสายตาของเพื่อนฝูง เด็กวัยรุ่นทุกคนจึงพยายามคิดทำและสร้างธุรกิจของตัวเองเด็กรุ่นนี้ใจถึงกล้าตัดสินใจ มีความรู้เยอะ เสิร์จหาข้อมูลรวดเร็ว แต่ขาดประสบการณ์ ส่วนใหญ่จึงแจ้งเกิดธุรกิจง่ายแต่ตายไว มุ่งเน้นปริมาณ คิดการใหญ่ ทำอะไรต้องยิ่งใหญ่อลังการ ตัวอย่างเช่น ถ้าจะทำธุรกิจบนแอพพลิเคชั่นของตัวเองสักอย่างก็จะคิดอ่านมุ่งสร้างให้ใหญ่ยิ่งใหญ่ ต้องมีสไตล์ไม่ซ้ำใครคนไลค์ต้องเป็นล้านๆ หรือทำแล้วต้องฉูดฉาด ดี เด่น ดังไม่อายใคร ส่วนจะไปรอดหรือไม่ว่ากันอีกที

หลายสำนักจึงมีข้อมูลตรงกันว่าอัตราการรอดของสตาร์ทอัพมีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ประเด็นนี้โดยส่วนตัวผมว่าจะไปโทษเด็กฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เด็กถูกกระตุ้นให้เร่งทำธุรกิจ ผู้ใหญ่สร้างปัจจัยเอื้อแบบเย้ายวนชวนหักห้ามใจ ให้หมดทุกอย่าง ทั้งเงินทุน หน่วยงาน บริการอุดหนุนแบบให้เปล่าสารพัดมาตรการโครงการต่างๆ จนแทบไม่ต้องลงทุนอะไร เรียกว่าป้อนข้าวป้อนน้ำใส่ปากแค่เคี้ยวแล้วกลืนเท่านั้นเอง เด็กรุ่นใหม่มีความคิดคล้ายกันคืออยากได้อยากรวย พอมีตัวช่วยแบบฟรีๆ มีหรือจะห้ามใจตัวเองได้ กระแสหนุน เพื่อนฝูงลงทุนทำ ร้อยทั้งร้อยก็ต้องเร่งทำของตัวเอง ในขณะที่การทำธุรกิจนั้นเป็นเรื่องศาสตร์และศิลป์
ที่มีความละเอียดอ่อนและเป็นเรื่องแก้ไขปัญหาจิปาถะ เด็กๆ เหล่านี้ไม่มีประสบการณ์ กระบวนการคิดและแก้ไขปัญหาจึงเป็นจุดตายของคนรุ่นใหม่เหล่านี้ ถ้าผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายจะหันกลับมาปูพื้นสร้างฐานและนำประสบการณ์ถอดบทเรียนแห่งความล้มเหลวมาเติมเต็มให้กับนักรบรุ่นใหม่เหล่านี้อย่างจริงจังและเป็นระบบ น่าจะช่วยประคับประคองน้องๆ ให้มีอัตราการรอดสูงขึ้นได้มากกว่านี้

โลก 4.0 ไม่ใช่เป็นของเด็กรุ่นใหม่เท่านั้น ผมอยากให้ข้อมูลว่าคนรุ่นเก่า 45-60 ปีที่เรียกว่ายุคเบบี้บูมนั้น เป็นอีกหนึ่งกลุ่มใหญ่ที่สนใจอยากปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลมากไม่แพ้กัน กลุ่มนี้มีประสบการณ์แต่ขาดความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี มีทั้งทำธุรกิจอยู่แล้วก็มาก อยากสร้างธุรกิจใหม่เป็นสตาร์ทอัพรุ่นเดอะก็เยอะ คนกลุ่มนี้คิดที่จะ...ยึดที่มั่นไม่ฝันถึงที่หมาย...ที่ไกลเกินจริง อยากทำแอพพลิเคชั่นก็แค่ต้องการสมาชิกหลักหมื่นที่ใช่ ก่อให้เกิดธุรกิจจริงๆ ไม่ฟรุ้งฟริ้งสร้างยอดเป็นล้านๆ แต่ขายไม่ได้ คนกลุ่มนี้ทำแอพไม่เป็น คิดได้วางแผนได้แต่ไร้ความสามารถด้านไอที หากมีทีมที่เข้ามาจับคู่ก็จะเกิดสตาร์ทอัพรุ่นใหญ่ที่มีโอกาสรอดสูง

กลุ่มคนรุ่นใหม่เกิดง่ายตายง่าย สตาร์ทติดแต่สต็อปเร็ว ต้องใช้ตัวช่วยแบบหนึ่งมาอุดช่องโหว่ ส่วนคนรุ่นเก่าเกิดยากแต่ตายยาก สตาร์ทช้าแต่ก้าวสเต็ปชัวร์ ก็ต้องใช้ตัวช่วยอีกแบบหนึ่ง ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองให้เห็นและเติมเต็มตัวช่วยให้ตรงจุด ผมมั่นใจว่ายังมีโอกาสเกิดธุรกิจรุ่นใหม่สไตล์ 4.0 อีกมหาศาล

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ