
รายจ่าย-หนี้พุ่ง กดดันเชื่อมั่นครัวเรือน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงาน ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน ม.ค. 2560 ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ระดับ 44.0 จากเดือน ธ.ค. 2559 ที่ระดับ 44.3 สะท้อนความกังวลของครัวเรือนต่อภาวะการ ครองชีพในปัจจุบันที่มากขึ้น
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงาน ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) เดือน ม.ค. 2560 ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ระดับ 44.0 จากเดือน ธ.ค. 2559 ที่ระดับ 44.3 สะท้อนความกังวลของครัวเรือนต่อภาวะการ ครองชีพในปัจจุบันที่มากขึ้น
ความเชื่อมั่นของครัวเรือนในเดือนแรกของปี 2560 ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สะท้อนให้เห็นว่า ครัวเรือนมีความกังวลมากขึ้นต่อภาวะการครองชีพ โดยในเดือน ม.ค.นี้ ครัวเรือนมีความกังวลมากขึ้นในประเด็นเรื่องสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้า ประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยชั่วคราวอย่างการเร่งใช้จ่ายตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงก่อนหน้า รวมถึงปัจจัยทางฤดูกาลอย่างเทศกาลตรุษจีน ในขณะเดียวกัน ครัวเรือนกลับลดความกังวลในประเด็นเรื่องรายได้และเงินออม เนื่องจากในช่วงต้นปีมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำและค่าจ้างแรงงานมีฝีมือ รวมถึงการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีและการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษ (Bonus) ขององค์กรต่างๆ
ทั้งนี้ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นเพิ่มความกังวลให้แก่ครัวเรือนต่อภาวะการครองชีพปัจจุบัน โดยดัชนีองค์ประกอบที่แสดงมุมมองต่อสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้าปรับตัวลดลงอย่างมากจากระดับ 41.0 ในเดือน ธ.ค. 2559 มาสู่ระดับ 38.7 ในเดือน ม.ค. 2560 เนื่องมาจากราคาสินค้าหลายหมวดรายการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ม.ค. 2560 ที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าร้อยละ 0.16 โดยสินค้าที่มีราคาแพงขึ้น ได้แก่ น้ำมันขายปลีกภายในประเทศ ที่ราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก รวมถึงสินค้าในหมวดอาหารที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางฤดูกาล ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ
นอกจากนี้ ปัจจัยทางฤดูกาลอย่าง "เทศกาลตรุษจีน" ก็ทำให้ครัวเรือนบางส่วน โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีเชื้อสายจีน มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเดือน ม.ค. 2560 สะท้อนผ่านดัชนีองค์ประกอบที่แสดงมุมมองต่อค่าใช้จ่าย (ไม่รวมภาระหนี้) ที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากระดับ 39.7 ในเดือน ธ.ค. 2559 มาอยู่ที่ระดับ 38.3 ในเดือน ม.ค. 2560 จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยในช่วงก่อนหน้า ชี้ให้เห็นว่า ครัวเรือนเชื้อสายจีนที่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการซื้อเครื่องเซ่นไหว้ราว 3,600 บาท/ครัวเรือนโดยเฉลี่ย
ขณะเดียวกัน ครัวเรือนกังวลเรื่องภาระหนี้สินมากขึ้น เห็นได้จากดัชนีองค์ประกอบที่แสดงมุมมองต่อภาระหนี้ปรับตัวลดลงจากระดับ 41.5 ในเดือน ธ.ค. 2559 มาอยู่ที่ระดับ 38.5 ในเดือน ม.ค. 2560 โดยภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น คือ หนี้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจากการเร่งซื้อสินค้าและบริการไปในช่วงเดือน ธ.ค. 2559 ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สอดคล้องกับปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่มีมูลค่าสูงถึง 1.52 แสนล้านบาท ในเดือน ธ.ค. 2559 ขยายตัวจากเดือน พ.ย. 2559 มากถึง 33% (ในปี 2558 ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 25.5% จากเดือนก่อนหน้า) และหนี้เพื่อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากบางครัวเรือนสั่งจองซื้อหารถยนต์คันใหม่ในมหกรรมยานยนต์ หรือมอเตอร์โชว์ ที่จัดขึ้นในช่วง 1-12 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา สอดคล้องไปกับยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ในเดือน ธ.ค. 2559 เพิ่มขึ้น 38.4% (เชิงปริมาณ) จากเดือน พ.ย. 2559 (เทียบกับเดือน ธ.ค. 2558 ที่ขยายตัว 31.4% จากเดือนก่อนที่มีผลจากการเร่งซื้อก่อนปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในปี 2559)
อย่างไรก็ตาม ครัวเรือนมีความกังวลว่าจะ "ตกงาน" น้อยลง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ติดตามสถานการณ์การจ้างงานภายในประเทศผ่านการสำรวจภาวะการครองชีพ พบว่า ภาวะการมีงานทำของครัวเรือนในเดือน ม.ค. 2560 มีความเปราะบางน้อยลง โดยการสำรวจในเดือน ม.ค. 2560 ชี้ให้เห็นว่า หน่วยงาน องค์กร ธุรกิจที่ครัวเรือนสังกัดอยู่ส่วนใหญ่ปรับตัวในด้านการจ้างงานเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจโดยตัดสินใจเลือกใช้วิธีการชะลอรับพนักงานใหม่มากกว่าที่จะเลิกจ้าง หรือลดการทำโอทีเหมือนอย่างในช่วงปี 2559 ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยน รูปแบบการปรับตัวของภาคธุรกิจสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐประกอบกับสินค้าส่งออกกลับขยายตัวดี
ในขณะที่ดัชนีสะท้อนมุมมองคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน สะท้อนให้เห็นว่า ครัวเรือนกลับมามีกังวลมากขึ้นต่อภาวะการครองชีพในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้าและค่าใช้จ่าย และมุมมองที่มีความกังวลต่อภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอาจจะเป็นแรงกดดันต่อภาพการบริโภคภาคเอกชนในระยะข้างหน้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าความเชื่อมั่นของครัวเรือนในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า จะเริ่มกลับมาปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากผลจากปัจจัยทางฤดูกาลและปัจจัยชั่วคราวสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือน ก.พ. 2560 ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมันดิบ







