
สแกนหุ้นไทย ผ่านมุมมองบลจ.
สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังวิ่งอยู่ในแดนเขียว
โดย...พูลศรี เจริญ
สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังวิ่งอยู่ในแดนเขียว ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับขึ้นประมาณ 3% และได้เห็นวิ่งขึ้นทดสอบ 1,600 จุด ไปแล้ว ขณะที่การสำรวจของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยต่อทิศทางการลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้า นักลงทุนมีมุมมองบวก
ด้านมุมมองของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซึ่งเป็นนักลงทุนสถาบันคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 3.3-3.5% ขณะที่บางค่ายเตรียมปรับเพิ่มเป้าขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศ
(จีดีพี) ส่วนเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากปีที่ผ่านมาเช่นกัน
ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจนี้ ชวินดา หาญรัตนกูลกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย กล่าวว่า บลจ.กรุงไทย มองแนวโน้มการลงทุนในหุ้นคาดว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,400-1,680 จุด อย่างไรก็ตาม ระดับดัชนีในปัจจุบันถือว่าไม่ถูกนัก ดังนั้น การคัดเลือกหุ้นรายตัวสำหรับพอร์ตการลงทุนจึงมีความสำคัญอย่างมาก
บลจ.กรุงไทย แนะนำให้เลือกหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เช่น กลุ่มพลังงาน กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความพยายามเร่งรัดการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาล เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น
สำหรับตราสารหนี้ในประเทศ ความน่าสนใจจะอยู่ที่ตราสารระยะสั้น ซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนของตลาด ซึ่งเมื่อครบกำหนดหากอัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่เหมาะสมแล้วก็สามารถกลับไปลงทุนใหม่ที่อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น หรืออาจยืดอายุของตราสารที่ลงทุนให้ยาวขึ้นได้ หากอัตราผลตอบแทนได้ตอบรับกับปัจจัยต่างๆ ไปหมดแล้ว
สุภาพร ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า บลจ.กรุงศรี ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยสำหรับปีนี้ที่ 1,425-1,710 จุด โดยมีสมมติฐานว่าจะเกิดการเลือกตั้งในประเทศปี2561 นอกจากนี้จะได้แรงหนุนสำคัญจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น
อย่างไรก็ดี เมื่ออิงดัชนีที่ระดับปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 1,580 จุด ถือว่าราคาหุ้นตอนนี้อยู่กลางๆ คือ ไม่ถูกและไม่แพง ขณะที่ราคามีโอกาสปรับขึ้นเหลือไม่มากที่ประมาณ 8% และโอกาสการปรับตัวลง (ดาวน์ไซด์) ประมาณ 10% เมื่อเทียบจากดัชนีเป้าหมายของ บลจ.กรุงศรี
สุภาพร กล่าวว่า ต้นปี 2560 ถึงปัจจุบันหุ้นไทยปรับขึ้นประมาณ 3% ซึ่งเธอบอกว่าสถานการณ์ของการลงทุนในหุ้นไทยตอนนี้คือ คนไม่ขายหุ้นจึงไม่ลดลง ส่วนเหตุผลที่จะทำให้หุ้นย่อไปที่ 1,400 กว่าจุด ปัจจัยหลักน่าจะมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ (ดูตารางประกอบคำแนะนำการจัดพอร์ตลงทุนจาก บลจ.กรุงศรี)
วิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ทิสโก้ ให้มุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในปีนี้ว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่มีความผันผวนและการปรับขึ้นจำกัดให้กรอบดัชนีปีนี้ที่ 1,500-1,650 จุด และอาจมีอัพไซด์จากฟองสบู่ได้ถึง 1,700 จุด
ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย. จะเกิดปรากฏการณ์นักลงทุนซื้อหุ้นเพื่อเก็งปันผล ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น จึงแนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อหุ้นในช่วงที่ดัชนีย่อตัวลงมาและไปขายในช่วง มี.ค.-เม.ย. โดยแนะนำให้เล่นหุ้นที่ราคาขึ้นน้อย แต่มีผลประกอบการและปันผลดีในกลุ่มธนาคารและรับเหมาก่อสร้าง
บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการธนชาต แนะช่องทางการลงทุนท่ามกลางสถานการณ์ตลาดหุ้นที่ยังคงมี
ความผันผวนสูงมากว่าการแบ่งเงินลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นสินทรัพย์หนึ่งที่ บลจ.ธนชาต แนะนำผู้ลงทุนมีติดพอร์ตลงทุนไว้บ้าง
“การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทุนรวม นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนทั้งจากเงินปันผลและส่วนต่างของราคา”
บุญชัย กล่าวว่า การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ช่วงนี้ถือเป็นการลดความผันผวนได้ เพราะจะเห็นได้ว่าในกลุ่มผู้ลงทุนที่ไม่ชอบรับความเสี่ยงมากนัก และมักลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ในช่วงนี้ค่อนข้างได้รับผลกระทบ ทำให้ราคาค่อนข้างมีความผันผวนอยู่บ้าง จากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดย บลจ.ธนชาต เห็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เอเชีย
สาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโสสายการตลาด บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปีที่หลายประเทศหันมาผลักดันนโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสหรัฐและญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทในตลาดหุ้นทำให้ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง ตลาดหุ้นอินเดียก็เป็นอีกกองทุนที่มีความน่าสนใจในฝั่งเอเชีย เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ โดยตลาดหุ้นยังซื้อขายกันที่ระดับราคายังไม่แพง นอกจากตลาดหุ้นอินเดีย บลจ.ทิสโก้ ยังคงแนะนำตลาดหุ้นจีนที่เศรษฐกิจมีสัญญาณการฟื้นตัว หลังจากรัฐบาลพยายามปฏิรูปเศรษฐกิจในหลายปีที่ผ่านมา







