
ทีโอทีสานต่อทีทีแอนด์ที
ทีโอที เร่งเข้าบริหารโครงข่ายทีทีแอนด์ที ลุย 4 โครงการหลักสร้างรายได้
ทีโอที เร่งเข้าบริหารโครงข่ายทีทีแอนด์ที ลุย 4 โครงการหลักสร้างรายได้
นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งถึงกำหนดสิ้นสุดการให้บริการทุกบริการของทีทีแอนด์ที ในวันอังคารที่ 28 ก.พ.นี้ โดยทีโอทีเป็นผู้ดูแลกิจการต่อ ในขณะนี้ได้เริ่มต้นทำงานกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือ จ.พ.ท. ในส่วนของการรับมอบกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ยังได้เริ่มรับอุปกรณ์บางส่วนแล้ว ทั้งในส่วนการบริหารโครงข่าย ซึ่งเป็นโครงข่าย Fixed Line ที่ทีโอทีมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วสามารถสานต่อได้เลย แต่ในส่วนที่ต้องปรับ คือ ระบบใบแจ้งหนี้ หรือ บิลลิ่ง เพราะที่ผ่านมาทีทีแอนด์ทีมีระบบบิลลิ่งของตัวเองโดยตรง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนรอส่งต่อข้อมูล
ขณะที่ในส่วนคอนโทรลเซ็นเตอร์ยังรอทีทีแอนด์ทีส่งมอบทั่วประเทศ บางส่วนที่ได้รับมอบแล้วนั้น ทีโอทีสามารถเข้าไปดูแลลูกค้าได้โดยตรง เมื่อเกิดปัญหากรณีเคเบิลเสียหรือชำรุด สามารถเข้าไปดูแลได้ทันที สำหรับในกลุ่มที่ยังไม่ได้รับมอบ กำลังปรึกษาหารือกับ จ.พ.ท.ว่าทีโอทีมีบทบาทอย่างไร สามารถเข้าไปแก้ไขซ่อมแซมให้แก่ลูกค้าได้ทันทีเลยหรือไม่
สำหรับแผนการดำเนินงานต่อไปของทีโอที ในปี 2560 นี้ ยังคงยึด 4 โครงการหลัก ประกอบด้วย โครงการที่ 1 โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะนี้มีความคืบหน้าโดยได้งบประมาณงวดแรกแล้วจำนวน 3,000 ล้านบาทเศษ โครงการที่ 2 การบริหารทรัพย์สินสัญญาสัมปทานมาใช้ประโยชน์สร้างรายได้ให้กับองค์กร ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาพันธมิตรธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2100 เมกะเฮิรตซ์ การให้เช่าเสาโทรคมนาคม และการให้เช่าอุปกรณ์โครงข่ายระบบ 2จี คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้ทีโอทีประมาณ 9,500 ล้านบาท/ปี
โครงการที่ 3 พัฒนาคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ คาดหลังจากเปิดบริการได้แล้วจะมีรายได้เข้ามา 700-800 ล้านบาทในการเปิดให้บริการ 4 เดือนแรกของปีนี้ และโครงการที่ 4 โครงการจัดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานท่อร้อยสาย เพื่อระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ท่อร้อยสายใต้ดิน ทั้งนี้ทีโอทีได้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในปีนี้มากขึ้น และเร่งดำเนินการโครงการต่างๆ ให้บรรลุตามกรอบที่วางไว้
นายมนต์ชัย กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงการเน็ตประชารัฐ ว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง ขณะนี้มีผู้เสนอการขายแบบเคเบิลใยแก้วนำแสงแล้ว 18 ราย อุปกรณ์ข่ายสายโอดีเอ็น 16 ราย อุปกรณ์โอแอลที 13 ราย อุปกรณ์สวิตช์ 17 ราย และอุปกรณ์เอพี 17 ราย หลังจากนั้นจะยื่นเอกสารเสนอราคาพร้อมลงนามข้อตกลงคุณธรรม วันที่ 10 ก.พ. 2560 และคาดว่าจะลงนามสัญญาประมาณต้นเดือน มี.ค. 2560 และดำเนินการติดตั้งและส่งมอบได้ประมาณ 3,000 หมู่บ้าน ในเดือน พ.ค. 2560
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นจะดำเนินการติดตั้งและส่งมอบทุกเดือน โดยคาดว่าภายในเดือน ธ.ค. 2560 จะติดตั้งครบ 2.47 หมื่นหมู่บ้าน ตามเป้าหมาย ในวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ทีโอทีได้รับเช็คโครงการเน็ตประชารัฐงวดแรกแล้ว จำนวน 3,786 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการเน็ตประชารัฐเป็น 1 ใน 4 โครงการหลัก ที่อยู่ในแผนการดำเนินงานของทีโอที ในปี 2560 นี้







