posttoday
'ทรี เพย์' พลิกโฉมระบบชำระเงิน

'ทรี เพย์' พลิกโฉมระบบชำระเงิน

09 กุมภาพันธ์ 2560

ถือเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับ บริษัท กสท โทรคมนาคม (CAT) ที่ประกาศลุยธุรกิจใหม่ Payment Gateway และ E-Business ครบวงจร สอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 โดยร่วมลงทุนกับผู้ให้บริการระดับโลกอย่าง เอสเค เทเลคอม (SK Telecom) และเอ็นเอชเอ็น เคซีพี (NHN KCP)

ถือเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับ บริษัท กสท โทรคมนาคม (CAT) ที่ประกาศลุยธุรกิจใหม่ Payment Gateway และ E-Business ครบวงจร สอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 โดยร่วมลงทุนกับผู้ให้บริการระดับโลกอย่าง เอสเค เทเลคอม (SK Telecom) และเอ็นเอชเอ็น เคซีพี (NHN KCP)


พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า CAT มีการพัฒนาเทคโนโลยีในหลายด้าน นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยีบริการด้านเครือข่าย ที่มีบริการสื่อสารข้อมูลและอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก รวมทั้งการพัฒนาบริการดิจิทัลบนเครือข่ายอื่นๆ เพื่อการให้บริการได้แบบครบวงจร

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในธุรกิจให้กับ CAT ในระยะยาว จึงได้จัดตั้งบริษัท ทรี เพย์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง CAT กับผู้ให้บริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ SK Telecom ซึ่งมีธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ทั้งธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม, e-Commerce, Digital Contents และ NHN KCP บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจด้าน e–Commerce, e-Payment รายใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้ ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 200 ล้านบาท

“ระบบการชำระเงินของ ทรี เพย์ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐในการยกระดับธุรกิจไทยให้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) และผู้ประกอบการรายใหม่ ที่จะสามารถดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็ว” พ.อ.สรรพชัย กล่าว

สุวิชา นะลิตา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรี เพย์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทรี เพย์ นำเสนอบริการระบบรับชำระเงินที่ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจในประเทศไทย หรือบริการแบบออมนิแชนแนล ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยนำไปเพิ่มศักยภาพทางการค้าจากการใช้เงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์

“เรามุ่งไปสู่การให้บริการ โดยเน้นเรื่องความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการปฏิบัติจริงในธุรกิจ รับชำระเงิน ก้าวไปสู่การให้บริการที่สมบูรณ์แบบ มีความคล่องตัวและรวดเร็วในทุกกระบวนการ นำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางของภาครัฐ” สุวิชา กล่าว

นอกจากนี้ ทรี เพย์ ยังเสนอการวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารความเสี่ยง โดยได้รับมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย (PCI) พร้อม ISO 27001 ในระบบการจัดเก็บข้อมูล รวมทั้ง ทรี เพย์ ได้นำเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในตลาดมาให้บริการ เพื่อนำเสนอระบบรับชำระเงินที่ได้รับความไว้วางใจ และยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของคู่ค้า

นอกเหนือจากการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ทรี เพย์ เพื่อการขยายธุรกิจ e-Business แล้ว CAT และ SK Telecom ยังได้ร่วมกันพัฒนา Platform IoT ที่ จ.ภูเก็ต เพื่อก้าวสู่ความเป็น Smart City อย่างเต็มรูปแบบ เป็นการพัฒนาต่อเนื่องมาจากการที่รัฐบาลได้เปิดโครงการ “ภูเก็ต สมาร์ท ซิตี้” เพื่อส่งเสริมให้ จ.ภูเก็ต เป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบและสมาร์ท สตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศตามกรอบนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งหลายหน่วยงานได้พยายามร่วมกันขับเคลื่อน โดยตั้งเป้าให้เกิด “ภูเก็ต สมาร์ท ซิตี้” อย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2563

อินฮยอก ชา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายธุรกิจ IoT เอสเค เทเลคอม กล่าวว่า IoT Platform ที่ CAT และ SK Telecom จะร่วมมือกันติดตั้งระบบเมืองอัจฉริยะให้กับโครงการ ภูเก็ต สมาร์ทซิตี้ เบื้องต้นจะมี 3 รูปแบบ ได้แก่ Asset Tracking ระบบการติดตาม ประกอบด้วย Eco Bike อุปกรณ์ติดตั้งที่สามารถเชื่อมต่อกับจักรยานทุกคันที่ลงทะเบียนในระบบ ทำให้สามารถติดตามโลเกชั่นแบบเรียลไทม์และจัดการได้อย่างเป็นระบบ รวมถึง Safe Watch นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน สามารถติดตามโลเกชั่นของผู้ที่สวมใส่ได้แบบเรียลไทม์เช่นกัน ซึ่งจะมีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดอุบัติเหตุและการแจ้งติดต่อขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

รูปแบบที่สอง ได้แก่ AMI Service ระบบมิเตอร์อัจฉริยะที่จะถูกนำไปติดตั้งกับมิเตอร์ต่างๆ อาทิ มิเตอร์น้ำ มิเตอร์ไฟ ซึ่งจะสามารถเก็บข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงการติดตามสถานะ การจัดการและควบคุมได้ผ่านเครือข่าย ซึ่งนอกจากจะทำให้มีการเก็บสถิติการใช้อย่างเป็นระบบแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงการชำระค่าบริการผ่านระบบ e-Payment ได้อีกด้วย และรูปแบบที่สามคือ Smart City Service บริการต่างๆ ที่ประกอบไปด้วย Smart Light อุปกรณ์และระบบที่จะนำไปติดตั้งพร้อมสวิตช์ไฟต่างๆ ภายในเมือง อาทิ ไฟจราจร ไฟถนน หรือแม้กระทั่งกล้อง CCTV โดยนอกจากจะสามารถควบคุมได้ผ่านเครือข่ายแล้ว ยังมีเซ็นเซอร์ที่ควบคุมการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดการใช้ไฟฟ้า ประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้น

รวมถึง Smart Manhole หรือระบบสุขาภิบาลอัจฉริยะ โดยมีการวางระบบสนับสนุนด้านความปลอดภัย อาทิ การติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับอุณหภูมิ ความชื้น ก๊าซ ไฟ ผ่านท่อระบายน้ำ เพื่อวิเคราะห์และป้องกันเหตุที่เกี่ยวข้องได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งการวาง IoT Platform ต่างๆ เหล่านี้  SK Telecom จะเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์และระบบการเชื่อมต่อ รวมถึงระบบที่สนับสนุนอื่นๆ และ CAT จะดูแลในส่วนของระบบเครือข่าย การโอเปอเรชั่น (Operation) และการพัฒนาบริการในรูปแบบต่างๆ

“ความร่วมมือในการวาง IoT Platform ระหว่าง CAT กับ SKT ในครั้งนี้ จะเป็นการปฏิวัติรูปแบบการใช้ชีวิตของนักท่องเที่ยวและประชาชนใน จ.ภูเก็ต ให้ก้าวสู่การเป็น Smart Life อย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด 6 ด้าน ได้แก่ Smart Economy เมืองที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ, Smart Environment เมืองประหยัดพลังงาน, Smart Governance เมืองที่บริหารจัดการโปร่งใส, Smart Living เมืองน่าอยู่, Smart Mobility ติดต่อสื่อสารระหว่างกันสะดวกสบาย และ Smart People เมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และคนสูงอายุ”

นับเป็นการพลิกโฉมธุรกิจโทรคมนาคมไทย และเป็นที่น่าจับตาสำหรับ CAT และ SK Telecom ที่จะมีการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่ หรือ New S-Curve เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและธุรกิจไทยในอนาคตต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท