
เอทีเอ็มโมบายเสริมทัพ ไอโอทีโฮมออโตเมชั่น
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
รูปจากช่างภาพ ปอนด์
การแจ้งเกิดของเอทีเอ็มโมบาย มาจากการแหล่งจำหน่ายสินค้าไอทีราคาถูก จับต้องได้ง่าย จับสินค้าได้ตรงกับกระแสความต้องการของตลาดเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา กับเทรนด์การใช้งานของพาวเวอร์แบงก์หรือแบตสำรองที่มาแรง ไม่ว่าใครก็ต้องซื้อพกติดตัว และจากนี้ไปเอทีเอ็มโมบายจะก้าวสู่การผลิตแบรนด์สินค้าของตัวเอง
อาทิตย์ บุณยเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนน์ พลัส อินเตอร์เทรด ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีเอทีเอ็มโมบาย ไทยแลนด์ (ATMMobile Thailand) เปิดเผยว่า สภาพตลาดอุปกรณ์ไอทีในออนไลน์เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรง จากผู้ซื้อสินค้าก็ยังกลายมาเป็นผู้ขายสินค้า จากเดิมมีผู้ขายเพียงแค่ 100-200 ราย ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว ทุกวันนี้มีสินค้าไอทีออกใหม่เป็นจำนวนมาก
ดังนั้น เอทีเอ็มโมบายต้องปรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจจากแค่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์ไอที หรือผู้นำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาสู่การสร้างแบรนด์อุปกรณ์ไอทีของตัวเอง โดยเริ่มจากการสร้างแบรนด์ในตลาดสมาร์ทวอตช์ ภายใต้แบรนด์มูฟ ราคาเริ่มต้น 590-790 บาท มีด้วยกัน 2 รุ่น และสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 30% ของรายได้รวม
ขั้นตอนต่อไป คือ การสร้างแบรนด์กล้องติดรถยนต์ ซึ่งจะเปิดตัวในเดือน ก.พ.นี้ โดยเป็นสินค้าที่ให้ผู้ประกอบการจีนเป็นผู้ผลิตให้ แต่บริษัทเป็นผู้ออกแบบฟังก์ชั่นการทำงานเองทั้งหมด
เหตุผลที่สนใจตลาดกล้องติดรถยนต์ เพราะยังไม่มีแบรนด์ทำตลาดอย่างจริงจัง จากปัจจุบันโครงสร้างของธุรกิจมีด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มแบตสำรองอีลูป โทรศัพท์มือถือ 2.กล้องติดรถยนต์ และ3.สมาร์ทวอตช์
กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงการทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสินค้า และทำให้ลูกค้าสามารถจดจำเอทีเอ็มโมบายได้มากขึ้น แต่โจทย์ใหญ่การของการสร้างแบรนด์ คือ ยังขาดทีมการตลาด โดยอยู่ระหว่างการสร้างทีมให้แข็งแกร่งเพื่อปลุกปั้นแบรนด์ และสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้อย่างเต็มตัว ขณะที่ทีมโปรแกรมเมอร์ถือว่ามีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว
"กลยุทธ์หลักของการทำแบรนด์ของตัวเอง ยังคงมุ่งเน้นราคาถูก มีคุณภาพ เพื่อให้เกิดกระแสการบอกปากต่อปากในกลุ่มผู้บริโภค"
นอกจากนี้ การที่ตลาดเมืองไทยเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกด้าน ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลง จากเดิมการซื้อสินค้าจะคำนึงถึงราคาเป็นปัจจัยหลัก เปลี่ยนเป็นการมองหาสินค้าที่ดีมีคุณภาพ และให้ความสำคัญกับราคาน้อยลง
ในปี 2559 ที่ผ่านมา ยอดขายสินค้าไอทีในกลุ่มเออาร์/วีอาร์บนเว็บไซต์ลาซาด้าเป็นกลุ่มที่มียอดขายดีที่สุด บริษัทจึงวางแผนจำหน่ายสินค้าไอโอที หรืออุปกรณ์เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต ในเซ็กเมนต์โฮมออโตเมชั่น เช่น ระบบปิดเปิดประตู เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ โดยจะจัดจำหน่ายสินค้าไตรมาส 3 หรือ 4 ถือเป็นการขยับตัวในตลาดไอทีที่มีราคาค่อนข้างสูงเป็นครั้งแรก
เมื่อถามถึงการใช้แหล่งผลิตสินค้าจากจีนหรือจัดจำหน่ายแบรนด์ท้องถิ่นของจีน อาทิตย์ กล่าวว่า คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้าไอทีผลิตจากจีนแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์แบรนด์ก็ล้วนมาจากแหล่งผลิตจากจีน 100% จึงมั่นใจในคุณภาพได้อย่างแน่นอน ส่วนนโยบายการเลือกสินค้าเอทีเอ็มโมบาย เน้นแบรนด์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานในระดับสากล ฟังก์ชั่นการใช้งานต้องตอบสนองความต้องการของตลาด
คีย์ซัคเซสของการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซให้ประสบความสำเร็จภายในระยะเวลา 3 ปี ของการเข้ามาจำหน่ายมาร์เก็ตเพลสลาซาด้า มาจากการที่บริษัทให้ความสำคัญกับ 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1.การนำเสนอสินค้าไอทีที่มีคุณภาพ ในราคาที่ไม่สูง เจาะตลาดกลาง-ล่าง 2.กลยุทธ์การบริหารจัดการผ่านระบบโปรแกรมของบริษัท ทำให้รู้ในแต่ละช่องทางการขายมีสินค้าทั้งหมดเท่าไร สีของสินค้า ช่วยให้สินค้าไม่โอเวอร์สต๊อก 3.การทำโปรโมชั่น ด้วยการลดราคาสินค้าช่วงที่เว็บไซต์จัดรายการส่งเสริมการขายตั้งแต่ 5-10% พร้อมมอบของแถมในอุปกรณ์ไอที เพื่อจูงใจให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้า
สำหรับรายได้ของบริษัทปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 100% จากในปีที่ผ่านมารายได้เติบโต 20% โดยรายได้มาจากกลุ่มแบตสำรอง โทรศัพท์มือถือ 40% สมาร์ทวอตช์ 30% และกล้องติดรถยนต์ 30% แต่จากการรุกกลุ่มสินค้าไอโอทีวางเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้ามีสัดส่วนรายได้ 20%
ปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทมาจากการจำหน่ายเว็บไซต์ลาซาด้า มีสัดส่วน 50% ที่เหลืออีก 50% เป็นอื่นๆ อาทิ วีเลิฟช็อปปิ้ง ซึ่งรายได้จากช่องทางออนไลน์มีสัดส่วน 80% และอีก 20% เป็นออฟไลน์
การทำธุรกิจไอทีในเรดโอเชียนหรือผู้ค้าขายเกิดขึ้นจำนวนมาก เปิดสงครามราคาบนช่องทางออนไลน์ สิ่งที่ทำให้เอทีเอ็มยืนหยัดและยังโลดแล่นอยู่ได้ คือ ต้องมองเทรนด์และจับตลาดสินค้าไอทีให้ไวกว่าคู่แข่ง เพราะจะทำให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดแรกๆ ได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังต้องนำสินค้าไอทีเข้ามาทำตลาดให้ถูกจังหวะโดยยึดผู้บริโภคไทยเป็นศูนย์กลาง เมื่อคนพร้อมใช้งานตลาดก็แจ้งเกิด
จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไอที เพราะอยู่ในวงการโปรแกรมเมอร์มานาน อีกทั้งยังเป็นผู้หลงใหลสินค้าไอที เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาจึงเริ่มเปิดเว็บไซต์เอทีเอ็มโมบายดอทเน็ต เพื่อจำหน่ายอุปกรณ์ไอที ต่อมาเดือน เม.ย. 2557 เริ่มเข้ามาจำหน่ายในมาร์เก็ตเพลสของลาซาด้า ปัจจุบันสามารถขายสินค้าผ่านลาซาด้าได้ถึง 1 หมื่นชิ้น/เดือน และสร้างรายได้มากถึง 20 เท่า ภายใน 4 เดือน และจากนี้ไปยังมองหาสินค้าประเภทใหม่ เพื่อให้ร้านมีสินค้าหลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย
ทั้งนี้ ธุรกิจของบริษัทเริ่มต้นเป็นตัวแทนจำหน่ายแบตสำรองอีลูป ซึ่งบริษัท 1 ใน 5 ตัวแทน ในประเทศไทย ส่วนหนึ่งที่ทำให้อีลูปได้รับความนิยมและชื่อเสียงของเอทีเอ็มโมบายเป็นที่รู้จัก เกิดขึ้นจากยุคนั้นแบตสำรองที่ไม่มีแบรนด์เกลื่อนตลาด ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจึงมีน้อย จึงมองหาสินค้าที่มีแบรนด์รับประกันว่าแบตจะไม่ระเบิดหรือเป็นอันตรายกับผู้ใช้งาน







