
รับมืออเมริกามาก่อน
ทีดีอาร์ไอ แนะ 3 มาตรการรับมือนโยบาย “ทรัมป์” หวั่นสงครามทางการค้านำไปสู่การถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่
ทีดีอาร์ไอ แนะ 3 มาตรการรับมือนโยบาย “ทรัมป์” หวั่นสงครามทางการค้านำไปสู่การถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิช ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในงานสัมมนาทางวิชาการระดับนานาชาติ 2560 หัวข้อการค้าของอาเซียนและการลงทุนภายใต้นโยบายของทรัมป์ “อเมริกามาก่อน” ว่า การรับมือทางเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์การเมืองโลกที่ไม่แน่นอน ดังนี้ มาตรการ 1.ไทยต้องกระจายความเสี่ยงกับคู่ค้าระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันถือว่าไทยทำได้ดี เพราะไม่ได้ผูกขาดการค้าแค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังมีคู่ค้าสำคัญ คืออาเซียน และจีน
สำหรับมาตรการที่ 2.เปิดตลาดใหม่ให้แก่ภาคเอกชน เช่น กรณีการถอนตัวออกของสหราชอาณาจักรจากอียู (เบร็กซิต) ดังนั้นสหราชอาณาจักร ตระหนักถึงการหาคู่ค้าใหม่ เป็นโอกาสใหม่แก่หลายประเทศ รวมถึงไทย เพียงแต่ในมุมของอังกฤษจะให้ความสำคัญแก่ไทยแค่ไหน อีกทั้งสร้างโอกาสทดแทนการส่งออกของประเทศที่ถูกกีดกันทางการค้าจากสหรัฐอเมริกา และมาตรการสุดท้าย 3.ไทยควรเจรจาทางการค้ากับประเทศรายใหญ่อื่น โดยควรวิ่งออกจากสหรัฐอเมริกาในระยะสั้นก่อน
ขณะเดียวกัน จากการที่สหรัฐประกาศเป็นประเทศศูนย์กลางทางการค้า ในทางกลับกันจีนประกาศให้เปิดเสรีการค้าโลก ซึ่งเกิดความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดมาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งไทยได้รับผลกระทบน้อยกว่าจีน และเวียดนาม ด้วยมีการกระจายพื้นที่การค้าหลากหลาย แต่ก็ยังได้รับผลกระทบทางอ้อม เช่น การส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปยังจีน ซึ่งเป็นการนำเข้าเพื่อผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา กระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบที่ลดลงจากไทย โดยแนะให้ภาครัฐและภาคส่งออกของไทย เตรียมรับมือต่อสินค้าที่ส่งออกเพื่อการผลิตไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อหาแผนรับมือลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น
สำหรับการยกระดับทางการค้าของไทย แนะ 1.ปฏิรูปนโยบายทางเศรษฐกิจ เช่น การเปิดเสรีการค้าฝ่ายเดียว 2.ปฏิรูปด้านภาษีศุลกากรลดช่องทางการคอร์รัปชั่น 3.รับแรงงานทักษะสูงเข้ามาในประเทศ และสิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องให้ความสำคัญเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ในเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ พร้อมมาตรการรับมือกับการขยายฐานการผลิตของจีนที่มีแนวโน้มเข้ามาในอาเซียนมากขึ้น







