
BDMSโตต่อเล็งเปิดตึกรับคนไข้ต่างชาติ
"BDMS " มองปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วเพราะเศรษฐกิจดีขึ้น พร้อมลุยเดินตามแผนปี 2561 ครบ 50 สาขา เล็งดึงพันธมิตร
"BDMS " มองปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วเพราะเศรษฐกิจดีขึ้น พร้อมลุยเดินตามแผนปี 2561 ครบ 50 สาขา เล็งดึงพันธมิตร
นพ.ชาตรี ดวงเนตร กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เปิดเผยในงานสัมมนากลุ่มทิสโก้ "เจาะเทรนด์การลงทุนปี 2560" ว่า ปี 2560 ผลประกอบการของบริษัทจะดีกว่าปีที่แล้วเนื่องจากเศรษฐกิจดีขึ้นและจำนวนกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้นทุกปี ขณะที่ตลาดหรือกลุ่มบริการที่รองรับไม่มากพอ จะเห็นได้จากคนไทยเสียเงินไปกับการทำประกันสุขภาพมากขึ้น
นโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะส่งผลดีกับ BDMS คือ ราคาน้ำมันปรับขึ้นหรือส่งผลให้กลุ่มอาหรับหรือจีนไม่ไปสหรัฐมากขึ้น และเดินทางตรงมารักษากับโรงพยาบาลไทยมากขึ้น ซึ่ง BDMS มีกลุ่มคนไข้ต่างประเทศจำนวนหนึ่งในสามของกลุ่มคนไข้โดยรวมทั้งหมด และแนวโน้มปริมาณลูกค้าจีนก็มีเพิ่มขึ้นตลอด จนเกือบเป็นกลุ่มที่ 2 รองจากอาหรับ
กลุ่มคนไข้ยุโรปลดลงไปใน3-4 ปี ที่ผ่านมา เหลือเพียงคนไข้จากเยอรมนีและอังกฤษ ส่วนกลุ่มเอเชียแปซิฟิกมีคนไข้ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาต่อเนื่อง และกลุ่มอาเซียนไทยก็เป็นอันดับต้นๆ ซึ่งปัจจุบันที่น่าจะเป็นคู่แข่งกับไทยมากที่สุดคือมาเลเซีย เพราะจะได้คนไข้มุสลิมจากอินโดนีเซียเป็นหลัก
ภายในสิ้นปี 2561 จะมีสาขาโรงพยาบาลให้ครบทั้งหมด 50 แห่ง จากปัจจุบัน 44 แห่ง
"จะเปิดเป็นตึกสำหรับคนไข้ชาวต่างชาติโดยตรงเลย เพื่อรองรับกลุ่มคนไข้ชาวเมียนมา อาหรับ แต่ของญี่ปุ่นน่าจะเป็นที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท" นพ.ชาตรี กล่าว
ปีนี้จะเห็นโรงพยาบาลหลายแห่งระดมทุนเข้าตลาดหุ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพ และพัฒนาศูนย์สุขภาพกันมากขึ้นเพื่อดึงผู้ที่ไม่ได้มีอาการป่วยเข้ามารักษาในโรงพยาบาล







