
เช็กบิลข้าวโพดรุกป่า
เกษตรฯ รอชงนายกรัฐมนตรีใช้ ม.44 จัดการพื้นที่ปลูกข้าวโพดรุกป่า หวั่นอนาคตถูกต่างชาติกีดกันสินค้า
เกษตรฯ รอชงนายกรัฐมนตรีใช้ ม.44 จัดการพื้นที่ปลูกข้าวโพดรุกป่า หวั่นอนาคตถูกต่างชาติกีดกันสินค้า
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาใช้มาตรา 44 จัดการเรื่องพื้นที่ปลูกข้าวโพดในพื้นที่สูงทั้งหมด ในโอกาสที่จะเดินทางมาติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการและนโยบายของพืชเศรษฐกิจ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ทั้งนี้ กรณีของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พบว่าขณะนี้มีความต้องการมาก แต่ส่วนใหญ่ยังปลูกในพื้นที่ผิดกฎหมายเช่นภูเขาและที่สงวนหวงห้ามของรัฐ หากปล่อยไว้อย่างนี้ทำให้ระบบการผลิตพืชทุกชนิดรวน เพราะปลูกไม่พร้อมกันและอนาคตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยอาจโดนนานาชาติกีดกันสินค้า จะมีปัญหาลามไปถึงอาหารสัตว์และกระทบในวงกว้าง เนื่องจากอาหารสัตว์ส่วนใหญ่มีข้าวโพดเป็นส่วนประกอบสำคัญ
นอกจากนี้ จะทำให้มาตรการจูงใจให้ปลูกข้าวโพดในที่ราบ 2 ล้านไร่ไม่ได้ผล พิจารณาจากนโยบายการส่งเสริมการปลูกพืชอื่นในฤดูแล้ง 2559/2560 ที่ผ่านมา เป้าหมาย 2 ล้านไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมเพียง 2 แสนกว่าไร่ เนื่องจากเห็นว่ามีปริมาณน้ำมาก ประกอบกับไม่มั่นใจเรื่องราคาข้าวโพดที่จะรับซื้อแม้ว่าก่อนหน้า สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์และเอกชนในโครงการประชารัฐได้ลงนามข้อตกลงที่จะรับซื้อในราคา 8 บาท/กิโลกรัมก็ตาม
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เตรียมลงพื้นที่ลุ่มน้ำยม วันที่ 10 ก.พ. วางแผนรับมือภัยแล้ง ซึ่งจะต้องไปดูพื้นที่ลุ่มน้ำยม พื้นที่พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย เพราะเป็นพื้นที่มีปัญหาภัยแล้งก่อนลุ่มน้ำอื่น ทั้งหมดเป็นการทำงานเชิงรุก โดยจะไปพูดคุยกับเกษตรกรเพื่อวางแผนล่วงหน้าให้ร่นการเพาะปลูกข้าวนาปีขึ้นมาช่วงเดือน เม.ย. หลังสงกรานต์ ซึ่งจะเก็บเกี่ยวได้ก่อนทันช่วงฤดูน้ำหลากมาถึง และกรมชลประทานจะวางแผนเพื่อส่งน้ำให้ทำนาเพื่อป้องกันปัญหาการปลูกแล้วเสียหาย
ขณะที่พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาให้กรม ชลประทานวางแผนควบคุมการใช้น้ำลุ่มเจ้าพระยาในพื้นที่เกษตร 22 จังหวัด เพื่อลดปลูกข้าวนาปรังรอบ 2 ทั่วประเทศตามแผน 4 ล้านไร่ ตอนนี้ปลูกเกินแผนไป 6.95 ล้านไร่ ส่วนที่เกิน 2.28 ล้านไร่ ส่วนใหญ่ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ที่ยังไม่ยอมปรับไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย แต่หากว่าปล่อยน้ำมาก ชาวนาเห็นมีน้ำจะมาปลูกข้าวเพิ่มยิ่งขึ้น กระทบต่อแผนการปลูกข้าวครบวงจรที่จะส่งผลกระทบด้านราคาเป็นลูกโซ่ในฤดูถัดไปด้วย
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรม ชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 5.7 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 67% เป็นน้ำใช้การได้ 2.6 หมื่นล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 33% ซึ่งยังมากกว่าปี 2559 ถึง 9,900 ล้าน ลบ.ม. ในช่วงฤดูแล้งปี 2559/2560 ได้จัดสรรน้ำไปแล้ว 9,165 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 52% จากที่วางแผนไว้ 1.7 หมื่นล้าน ลบ.ม. โดยพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังรอบสอง 6.5 ล้านไร่ จากที่วางแผนข้าวครบวงจร 4 ล้านไร่ มีการปลูกเกินแผนไป 2.57 ล้านไร่ ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด
กรมชลประทานได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 22 จังหวัด ให้ออกมาทำความเข้าใจกับเกษตรกร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชลประทานลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนให้ลดการปลูกข้าว และบางจังหวัดต้องขอให้ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปช่วยเจรจาด้วย เช่น สระบุรี ที่มีปัญหาขณะนี้เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กรมชลประทานลงวิ่งทุกจังหวัดและชี้แจงประชาชนทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างมาก
“ยืนยันว่าปริมาณน้ำปีนี้เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ จนถึงสิ้นสุดฤดูแล้งวันที่ 30 เม.ย. และมีน้ำสำรองไว้ 3,700 ล้าน ลบ.ม. ถึงเดือน ก.ค. กรณีฝนมาช้าในทุกพื้นที่โดยเฉพาะลุ่มน้ำยม ได้เตรียมน้ำเพียงพอ
ไว้ใช้ พยายามไม่ให้เกษตรกรปลูกข้าวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าปีนี้ฝนมาปกติ เพราะผ่านพ้นปีแห้งแล้งมาแล้ว” นายสัญชัย กล่าว
ทั้งนี้ แผนการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้งปี 2559/2560 แผนนาปรังทั้งประเทศรวม 4 ล้านไร่ ณ วันที่ 1 ก.พ. 2560 ปลูกแล้ว 6.57 ล้านไร่ พืชไร่พืชผักตามแผนจำนวน 2.87 ล้านไร่ ปลูกจริง 4.9 แสนไร่ โดยในลุ่มเจ้าพระยา พบว่าแผนส่งเสริมการปลูกข้าวนาปรัง 2.67 ล้านไร่ แต่พบว่ามีการปลูกจริง 4.9 ล้านไร่







