
ตลาดรับสร้างบ้านและวัสดุฯปีระกา
โดย...สิทธิพร สุวรรณสุต
โดย...สิทธิพร สุวรรณสุต
มหกรรมบ้านและวัสดุก่อสร้างปี 2560 หรือ Thailand Home & Building Material Fair 2017 : THBF 2017 จัดโดยสมาคมไทยรับสร้างบ้าน ปิดฉากลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลที่ได้รับอาจใช้เป็นปรอทวัดอุณหภูมิการแข่งขัน และแนวโน้มตลาดสร้างบ้านและวัสดุก่อสร้างบ้างไม่มากก็น้อย หรืออาจเป็นตัวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคประเภท “บ้านสร้างเอง”จากจำนวนผู้เข้าร่วมชมงาน และจากข้อมูลตอบแบบสอบถามของผู้เข้าชมงานในเรื่องต่างๆ
ตลอดช่วง 5 วันของการจัดงาน พบว่ามีผู้เข้าชมรวมเบ็ดเสร็จ 6 หมื่นรายเศษ ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว (แต่ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้) แต่สำหรับยอดขายสินค้าและบริการ พบว่าดีเกินคาดหรือดีกว่าปีก่อน อย่าง พีดีเฮ้าส์ สามารถปิดยอดจองในงานได้เกือบ 200 ล้านบาท และยังคาดว่าจะปิดยอดขายหลังงานได้เพิ่มอีกเท่าตัว รวมถึงผู้ประกอบการรับสร้างบ้านรายอื่นๆ ที่มียอดจองกันเป็นกอบเป็นกำทั่วหน้า ทางด้านวัสดุก่อสร้างปีนี้พระเอกของงานต้องยกให้ ประตู-หน้าต่างไวนิลแบรนด์วินด์เซอร์ในเครือเอสซีจี เพราะมีผู้สนใจเข้าชมสินค้าแน่นตลอดทั้ง 5 วัน รวมถึงวัสดุไม้สังเคราะห์ทดแทนไม้ นวัตกรรมเหล็กโครงสร้าง และเครื่องมือก่อสร้างประเภททุ่นแรงงานคน ฯลฯ โหลงโจ้งงานนี้ประเมินว่ามีการซื้อขายกัน ทั้งในงานและหลังงานมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ตามเป้า...โล่งอก
เขียนเล่ามาข้างต้น ก็เพื่อผู้ให้อยู่ในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จะนำข้อมูลไปใช้ประเมินสถานการณ์และแนวโน้มธุรกิจของท่านได้บ้าง เพราะในช่วงเปลี่ยนผ่านปีเก่าก้าวสู่ปี 2560 หรือ ปีระกา ผู้เขียนมีโอกาสปะหน้ากับคู่ค้าหลายๆ ท่าน ซึ่งต่างก็ตั้งกระทู้ถามยอดฮิต 2 ข้อหลักๆ ได้แก่ 1.ปีนี้สถานการณ์ตลาดบ้านสร้างเองจะย่ำแย่กว่าปีที่แล้วหรือไม่ และ 2.แนวโน้มตลาดบ้านสร้างเองจะดีขึ้นกว่าปีก่อนหรือไม่ โดยผู้เขียนเองก็ตอบจากประสบการณ์และคาดการณ์ความเป็นไปได้เท่านั้น แต่ข้อมูลจากการจัดงานมหกรรมบ้านและวัสดุก่อสร้าง 2560 ครั้งนี้ น่าจะสะท้อนแนวโน้มตลาดได้ดีกว่า โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับระดับราคาบ้าน ที่ผู้บริโภคที่ตัดสินใจจองสร้างบ้านภายในงาน ซึ่งพบว่าระดับราคาบ้าน 4-8 ล้านบาท มีสัดส่วนจองปลูกสร้างมากที่สุด ในขณะที่ราคาบ้าน 1.5-3 ล้านบาทเศษ ที่เคยมีสัดส่วนมากที่สุด มาปีนี้กลับตกไปอยู่อันดับที่ 2 แทน (พอจะเห็นกำลังซื้อผู้บริโภคกันหรือไม่ครับ)
นอกจากนี้ สัดส่วนพื้นที่ที่จะปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ของผู้บริโภค ระหว่างในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลกับพื้นที่ต่างจังหวัด ที่ผ่านมาพบว่ามีสัดส่วน 30:70 แต่มาปีนี้สัดส่วนปลูกสร้างในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่มขึ้นเป็น 45:55 หรือเกือบจะใกล้เคียงกันซึ่งแตกต่างกับทุกครั้งที่จัดงานและน่าจะสะท้อนอะไรๆ ได้หลายมุมมองไม่ว่าจะเป็นเรื่องพฤติกรรมของผู้บริโภค กำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อผู้ประกอบการ ฯลฯ นอกจากนี้ผู้เขียนเองมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการรับสร้างบ้านหลายๆ ท่านทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต่างก็เชื่อมั่นว่าปีระกาปีนี้ แนวตลาดที่อยู่อาศัยประเภทบ้านสร้างเองน่าจะกลับมาคึกคักมากขึ้น แต่จะมากน้อยกว่าในช่วง 2-3 ปีก่อนเพียงใด คงต้องรอประเมินกันอีกครั้งหลังผ่านไตรมาสแรก
แค่เริ่มต้นปีใหม่ มั่นใจกันขนาดนี้...ก็ขอเอาใจช่วยนะครับ







