posttoday
อสังหาฯ ปรับใหญ่ หนีกับดักธุรกิจ รุกสู่ดิจิทัล

อสังหาฯ ปรับใหญ่ หนีกับดักธุรกิจ รุกสู่ดิจิทัล

08 กุมภาพันธ์ 2560

แม้ว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะขยายอิทธิพลเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดที่อยู่อาศัยไปถึง 60% แต่ด้วยสภาพการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ตลาดยังไม่พลิกฟื้นกลับคืนสู่สภาพปกติ ประกอบกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ยุค 4.0 และดิจิทัล เข้ามามีบทบาทอย่างสูงกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว พร้อมๆ กับการแก้โจทย์ที่แต่ละบริษัทประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบัน

แม้ว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะขยายอิทธิพลเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดที่อยู่อาศัยไปถึง 60% แต่ด้วยสภาพการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ตลาดยังไม่พลิกฟื้นกลับคืนสู่สภาพปกติ ประกอบกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ยุค 4.0 และดิจิทัล เข้ามามีบทบาทอย่างสูงกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว พร้อมๆ กับการแก้โจทย์ที่แต่ละบริษัทประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ คือหนึ่งในการแก้ปัญหากลุ่มลูกค้าที่เคยเป็นจุดแข็ง แต่ในสถานการณ์หนึ่งลูกค้ากลุ่มเดียวกันกลายเป็นจุดอ่อนทำให้บริษัทติดกับดักจนต้องกระจายความเสี่ยงด้วยการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่

ทิฆัมพร เปล่งศรีสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทประสบกับอุปสรรคที่ส่งผลให้ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งจากปัจจัยภายในคือ สินค้าค้างขาย (Inventory) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่จับตลาดกลาง-ล่าง สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังมีอยู่สูง ทำให้ปี 2560 จึงต้องเป็น “ปีแห่งการปรับ” หรือ “YEAR OF SHIFT” ทิศทางการดำเนินงานของ แอล.พี.เอ็น.ฯ และบริษัทในเครือ

การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไปสู่กลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงของการรับรู้รายได้ในอนาคต ขณะเดียวกันได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของบริษัทในเครือ คือ ลุมพินี โปรเจคมาเนจเมนท์ เซอร์วิส (LPS) ซึ่งจากเดิมดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการบริหารโครงการเฉพาะภายในกลุ่มบริษัท ไปเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้กับบริษัทอสังหาฯ รายอื่น

แต่ในทางตรงกันข้าม การแข่งขันในกลุ่มไฮเอนด์ที่รุนแรงขึ้นเป็นลำดับทำให้ เอสซีแอสเสท คอร์ปอเรชั่น ต้องมองหากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เช่นกัน ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสทคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทได้เริ่มรุกตลาดที่อยู่อาศัยระดับแมสมากขึ้น โดยจะเปิดตัวทาวน์โฮมระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เนื่องจากตลาดกลุ่มนี้ยังมีความต้องการซื้ออยู่จริง แม้ว่าจะมีปัญหาในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีโอกาสในการขายได้เนื่องจากไม่ได้จับตลาดล่างมากนัก

ขณะเดียวกัน เอสซี แอสเสท อยู่ระหว่างเจรจากับธุรกิจสตาร์ทอัพเพื่อจัดทำพร็อพเพอร์ตี้เทคโนโลยี เพื่อมาช่วยเรื่องการออกแบบ การก่อสร้าง และการบริการที่มีมาตรฐาน ซึ่งมีทั้งสตาร์ทอัพในประเทศและต่างประเทศ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงกลางปีนี้ โดยจะเริ่มเห็นในแนวคิดบ้านรู้ใจ ที่จะเปิดตัวในโครงการเซ็นทริค ปลายปีนี้ ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย ประหยัดพลังงาน เป็นต้น

จะเห็นว่ากระแส ดิจิทัล ไลฟ์ กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอสังหาฯ ทั้งในแง่ของการทำตลาด และการให้บริการ ซึ่งหลายบริษัทกำลังเดินหน้ามุ่งสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว พีระพงศ์ จรูญเอกประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดอสังหาฯ แข่งขันกันด้วย 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.ทำเล 2.คุณภาพของโครงการ และ 3.ราคา แต่นับจากนี้ไป เพียงแค่ 3 ปัจจัยนี้จะไม่เพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

การแข่งขันในตลาดจะกลายเป็นการแข่งกันด้วยปัจจัยที่ 4 หรือปัจจัยที่ 5 ในยุค “DigitalLife Attitude” หรือการมี Butler คือผู้คอยบริการผู้บริโภค ที่มีนวัตกรรม นำเทคโนโลยี การเป็นมากกว่าคอนโดมิเนียมด้วยบริการระดับโรงแรม (Hotel Service) การจับมือกับพันธมิตรเพื่อมอบสิทธิพิเศษในการใช้ชีวิตให้แก่ผู้อยู่อาศัย

ขณะที่บริษัท แสนสิริ ได้ร่วมทุนกับธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดตัว “สิริ เวนเจอร์” บริษัทร่วมทุนในรูปแบบ Corporate Venture Capital ทำการวิจัยและลงทุน เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ (R&D) ด้าน Property Technology อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นเปิดโอกาสให้กลุ่มสตาร์ทอัพพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมเกี่ยวกับการใช้ไลฟ์สไตล์ในที่อยู่อาศัยจนสำเร็จใช้งานจริงและสนับสนุนให้เข้าถึงธุรกิจอสังหาฯ โดยตรง

ขณะที่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์เปิดตัว Ananda UrbanTech ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาผสมผสานกับการพัฒนาโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตระหนักดีว่าเทคโนโลยีมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้าน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทุกพื้นที่และทุกประเภทของเทคโนโลยี จึงทำให้ต้องเร่งสร้าง Solutions ใหม่ๆ ที่สามารถเพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล

ทั้งหมดนี้คือภาพของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นปี 2560 และจะขยายวงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่เหลือภาพอสังหาฯ ในรูปแบบเดิมๆ ในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์