
การเจรจาธุรกิจแฟรนไชส์ สาธารณรัฐประชาชนจีน (2)
“โครงการแฟรนไชส์ไทยสู่ตลาดโลก” ภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2559 โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีการดำเนินกิจกรรมสำคัญ คือ งานแสดงธุรกิจและสร้างเครือข่ายธุรกิจแฟรนไชส์ในต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบของงานแสดงธุรกิจ (Exhibition) และงานเจรจาธุรกิจ (Business Matching)
“โครงการแฟรนไชส์ไทยสู่ตลาดโลก” ภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2559 โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีการดำเนินกิจกรรมสำคัญ คือ งานแสดงธุรกิจและสร้างเครือข่ายธุรกิจแฟรนไชส์ในต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบของงานแสดงธุรกิจ (Exhibition) และงานเจรจาธุรกิจ (Business Matching)
โดยกิจกรรมเจรจาธุรกิจแฟรนไชส์ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน (Franchise Business Networking : Kunming, China) ที่จัดขึ้นในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการ SME ในธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยที่มีศักยภาพและมีความพร้อมจำนวน 26 ราย เข้าร่วมกิจกรรมสร้างโอกาสทางการตลาดในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน พร้อมได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรและคณะผู้จัดงานในการขยายธุรกิจ
ธีระพงศ์ หงษ์บุญญารักษ์ ผู้แทนธนาคารกสิกรไทย ณ นครคุนหมิง ถ่ายทอดมุมมองการทำธุรกิจในประเทศจีนให้ประสบความสำเร็จว่า ผู้ประกอบการไทยต้องคำนึงถึงยุทธศาสตร์ PRO ซึ่งมีองค์ประกอบ คือ
P (Performance) ต้องรู้ว่าจะเดินธุรกิจอย่างไร เป้าหมายอยู่ที่ไหน R (Reap) จะเก็บเกี่ยวหรือรับผลตอบแทนอย่างไร และ O (Opportunity) มีช่องทางอย่างไรที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต
นอกจากนี้ ต้องฝึกฝนภาษาจีนให้สามารถสื่อสารได้ ต้องเรียนรู้ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และรู้จักสร้างความสัมพันธ์ด้วยการไปมาหาสู่คู่ค้าบ่อยๆ เพื่อให้รู้ความเคลื่อนไหวและปรับกลยุทธ์ได้ทัน เนื่องจากการทำธุรกิจกับคนจีนระยะแรกมักจะเป็นไปด้วยดี แต่ต่อไปต้องระวังเพราะอาจจะเกิดความไม่ซื่อตรงกันได้ รวมทั้งต้องเรียนรู้กฎหมายทั้งที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจ แรงงาน และโดยเฉพาะภาษีที่ต้องศึกษาเป็น
รายธุรกิจ เพราะการเสียภาษีจะแตกต่างกัน และต้องนำส่งรายงานการชำระภาษีเป็นรายเดือน รายไตรมาส รายปี
สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสถาบันการเงินในประเทศจีน ยังเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากซับซ้อนบ้าง เช่น การเปิดบัญชีธนาคารเพื่อทำธุรกิจ กรณีที่เป็นนิติบุคคลจะมีเอกสารและขั้นตอนมาก ที่สำคัญผู้ประกอบการจะต้องได้ Business License ก่อน
Ms.Tang Wan, Deputy Director of Foreign Investment Department, Yunnan Department of Commerce กล่าวถึงการลงทุนของมณฑลยูนนาน ว่า ปี 2559 (ตัวเลข ณ เดือน ต.ค.) มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในมณฑลยูนนานถึง 4,487 แห่ง มูลค่ารวม 1.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นโครงการลงทุนของไทย 175 แห่ง มูลค่ารวม 110 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง และธุรกิจบริการ
จะเห็นได้ว่า การลงทุนของไทยยังมีสัดส่วนที่น้อย จึงยังมีโอกาสขยายได้อีกมาก ขณะที่รัฐบาลจีนได้พยายามปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559 เป็นต้นมา ได้เปิดให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในธุรกิจต่างๆ ในมณฑลยูนนานได้ 40 รายการ
และแม้ว่าขั้นตอนการลงทุนจากต่างประเทศยังมีความยุ่งยาก ต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด แต่รัฐบาลจีนได้พยายามอำนวยความสะดวก โดยเปิดให้มีการยื่นขอจดทะเบียนชื่อของธุรกิจ และการขึ้นทะเบียนกิจการของธุรกิจต่างด้าว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ที่ http://wzzxbs.mofcom.gov.cn/







