
แนะคมนาคมจัดรถโดยสารรับคนในซอย-หมู่บ้านเพื่อส่งขึ้นรถไฟฟ้า
สนช. แนะคมนาคมจัดรถโดยสารประจำทางตามซอย-หมู่บ้าน เพื่อรับคนป้อนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า สร้างมาตรการจูงใจลดใช้รถส่วนบุคคล
สนช. แนะคมนาคมจัดรถโดยสารประจำทางตามซอย-หมู่บ้าน เพื่อรับคนป้อนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า สร้างมาตรการจูงใจลดใช้รถส่วนบุคคล
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังคณะกรรมาธิการ(กมธ.) คมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า กระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงการดำเนินโครงการในปีนี้ที่จะเน้นปรับรูปแบบคมนาคมขนส่งโดยเน้นใช้ระบบรางมากขึ้นซึ่งปัจจุบันประเทศไทยใช้ประโยชน์จากระบบรางเพียง 8% ของระบบขนส่งทั้งหมด แต่หลังจากการดำเนินโครงการทางคู่แล้วเสร็จจะเพิ่มขึ้นเป็น 75%
นอกจากนี้ยังมีระบบรถไฟความเร็วสูง ที่อยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหิน รวมถึงระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ซึ่งในปีนี้จะเสนอโครงการให้ ครม. อนุมัติครบ10 เส้นทาง ซึ่งทางสนช. ได้เสนอว่าอยากให้การพัฒนาระบบรถไฟฟ้ามีการเชื่อมต่อภายในระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสายด้วยกันเอง และต้องเชื่อมต่อระบบการเดินทางในระบบอื่นด้วย
นายอาคม กล่าวอีกว่า ยังได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาการจราจร ซึ่งได้รับคำแนะนำว่า ควรจัดรถโดยสารประจำทางตามหมู่บ้าน หรือซอยต่างๆเพื่อป้อนคนเข้าสูรถไฟฟ้าทั้ง 10 สาย รวมถึงมาตรการจูงใจประชาชนให้ลดการใช้รถส่วนบุคคลเนื่องจากปริมาณพื้นที่ถนนกับรถยนต์ไม่สัมพันธ์กันในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้มีนโยบายสร้างจุดจอดรถรวมถึงศึกษาเพิ่มเติมอีก 5 จุด
ขณะเดียวกันคณะกรรมการได้เสนอให้เร่งพิจารณาเรื่องการขยายพื้นที่ท่าเรือเพื่อรองรับปริมาณคอนเทนเนอร์และการขนส่งสินค้าที่ขนายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการท่าเรือด้วย
นายอาคม กล่าวอีกว่า ทาง กมธ.คมนาคม ยังให้ความเห็นเรื่องการผลักดันกฎหมายต่างๆ ของกระทรวงคมนาคม โดยแนะนำว่ากฎหมายต่างๆ ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช. แล้ว ควรต้องเร่งออกกฎหมายลูก นอกจากนี้ยังได้หารือถึงข้อร้องเรียนต่างๆ ของประชาชน โดยเฉพาะถนนที่ชำรุดเสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อ ที่มีร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของท้องถิ่น แต่กระทรวงคมนาคมได้มอบให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ให้ความร่วมมือในการลงไปช่วยปรับปรุง เพราะเราไม่สามารถทำแทนได้เลย เนื่องจากได้มีการถ่ายโอนถนนให้กับท้องถิ่นแล้ว ทั้งนี้ในอนาคตอาจต้องพิจารณาว่าจะถ่ายโอนถนนกลับหรือไม่ เพราะมิฉะนั้นก็จะเจอกับปัญหาถนนใหญ่มีสภาพดี แต่ถนนย่อยในชุมชน หรือหมู่บ้านกลับมีสภาพไม่ดี ซึ่งคงต้องมีการหารือ และพิจารณาเรื่องกฎหมายกระจายอำนาจต่อไป







