
เชื่อมั่นนักลงทุนพุ่ง
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนเข้าเกณฑ์ร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ผวาเงินทุนไหลเข้า-ออก
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนเข้าเกณฑ์ร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ผวาเงินทุนไหลเข้า-ออก
นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือน ก.พ. 2560 ว่า ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นผู้ลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มสู่ระดับร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน อยู่ที่ 120.59 จุด เพิ่มขึ้น 17.09% จากเดือนก่อนที่ 102.99 จุด
ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าวผลักดันให้ภาวะตลาดมีความร้อนแรง เพราะนักลงทุนคาดว่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 4 ของปี 2559 จะมีแนวโน้มสดใส ขณะปัจจัยลบที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุดคือ ความผันผวนของเงินทุนไหลเข้า-ออกตลาดเกิดใหม่ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงปลายปีจนถึงต้นปี 2560 มีการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นจากทุกกลุ่ม โดยปรับขึ้นร้อนแรงที่สุดคือดัชนีเชื่อมั่นรายบุคคลที่พุ่งขึ้นถึง 21.01% เป็น 117.05 จุด จากเดิม 96.73 จุด รองลงมาคือดัชนีกลุ่มสถาบันในประเทศ เพิ่มขึ้น 9.03% เป็น 130 จุด จากเดิม 119.23 จุด และนักลงทุนต่างชาติอยู่ที่ 120 จุด เพิ่มขึ้น 2.85% จากเดิม 116.67 จุด
หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุดคือ บริการรับเหมาก่อสร้างตามทิศทางการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ของเอกชน ส่วนหมวดที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดธนาคาร เพราะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังอยู่ในระดับสูง
สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อเมื่อปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงความชัดเจนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐที่จะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินในระบบมากขึ้น โดยไตรมาสแรกภาพรวมเศรษฐกิจกำลังเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการดำเนินนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจและการค้ากับหลายประเทศทั่วโลก
ขณะที่การออกจากประชาคมยุโรป (เบร็กซิต) ของสหราชอาณาจักรที่จะชัดเจนในไตรมาสนี้ ทำให้ยุโรปยังเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในภูมิภาคมากขึ้น
นายสุรัตน์ จิรจรัสพร หัวหน้าฝ่ายบริการราคาตราสารหนี้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย แถลงดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยประจำเดือน ก.พ. 2560 อยู่ที่ 52 โดยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 8 ก.พ. จะคงดอกเบี้ยที่ 1.5%
ด้านดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทน 5 ปี และ 10 ปี ในอีก 6 สัปดาห์ข้างหน้า อยู่ที่ 83 และ 86 ตามลำดับ สะท้อนว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 2 รุ่น มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ และความต้องการซื้อและต้องการขายพันธบัตรไทย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ค้าตราสารหนี้และกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เห็นตรงกันว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐมีทิศทางขาขึ้น และพันธบัตรไทยจะมากขึ้น โดยดัชนีนี้สำรวจจากผู้ที่อยู่ในวงการตราสารหนี้ทั้งหมด 64 ราย แบ่งเป็น ผู้ค้าตราสารหนี้ 44 ราย และ บลจ. 20 ราย







