
แรงงานประมงขาดแคลนหนักส่อทำราคาอาหารทะเลพุ่ง
สมาคมประมงฯ คาด 6 เดือน หากไม่แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน อาจทำราคาอาหารทะเลอาจพุ่ง 100%
สมาคมประมงฯ คาด 6 เดือน หากไม่แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน อาจทำราคาอาหารทะเลอาจพุ่ง 100%
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังหารือกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ว่าปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล ทางสมาคมประมงแห่งประเทศไทยได้เข้ามาพบเพื่อสะท้อนปัญหา การขาดแคลนแรงงานในกิจการประมง อาทิ การเปลี่ยนงานของลูกเรือประมงที่ขึ้นทะเบียน โทษของกฎหมายประมงที่มีอัตราโทษปรับสูง และหากพบทำผิดยังปิดสถานประกอบการด้วย ทำให้ขณะที่แรงงานไทยไม่ต้องการทำประมง จนทำให้ปัจจุบันผู้ประกอบการต้องหยุดเดินเรือประมงเพราะไม่ลูกเรือกว่าร้อยละ 20
นอกจากนี้สมาคมประมงฯ ยังได้ยื่นข้อเสนอให้กระทรวงแรงงาน เปิดจดทะเบียนแรงงานประมงรายใหม่ พร้อมให้กรมการจัดหางานงาน เร่งหาแรงงานไทยมาทดแทน แต่ยืนยันกลับไปว่าจะไม่มีการเปิดจดทะเบียนแรงงานในกิจการประมงรอบใหม่ เพราะไม่ต้องการเปิดโอกาสให้นายหน้าแสวงหาผลประโยชน์ แต่จะแก้ปัญหาโดยการนำเข้าแรงงานจากประเทศเมียนมาร์ และกัมพูชามาทดแทน ในรูปแบบเอ็มโอยู ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ ผู้ประกอบการประมงสามารถยื่นขอโควตานำเข้าแรงงานในกิจการประมงทะเล ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ
ด้านนายศราวุธ โถวสกุล รองประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมประมงได้ชี้แจงถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในเรือประมงทั่วประเทศประมาณ 5 หมื่นคน เพราะแรงงานต่างด้าวโดดเรือขึ้นฝั่งหนีไปทำงานอื่น ขณะที่คนไทยไม่นิยมทำงานประมง เพราะไม่สะดวกสบายเท่าทำงานบนฝั่ง โดยได้ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เช่น ขอให้ช่วยแก้ปัญหาในการจัดหาคนไทย 6 หมื่นคน ทำงานประมงแทนต่างด้าว โดยมีค่าแรงวันละ 400-600 บาท ขอให้เร่งนำเข้าแรงงานต่างด้าวตามระบบเอ็มโอยู และเปิดจดทะเบียนแรงงานประมงรอบใหม่ เพื่อนำกลุ่มที่ยังลักลอบทำงานขึ้นมาอยู่ในระบบ ได้เสนอแนวทางให้รัฐไปแก้ไข
นายศราวุธ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีเรือจอดไปแล้วร้อยละ 20 ถ้าไม่แก้ไขปัญหา หลังเดือน เม.ย. คาดว่าจะมีจอดเพิ่มเป็นร้อยละ 40 และใน 6 เดือนจะเพิ่มเป็นร้อยละ 60 ซึ่งอาจทำให้ราคาอาหารทะเลพุ่งสูงขึ้นเกือบ 100 % ในพื้นที่ประมง 22 จังหวัดชายฝั่งทะเลจะมีปัญหาทั้งหมด และจะกระทบทั้งเศรษฐกิจ สังคม ท่องเที่ยว จะพังหมด ความเสียหายเป็นแสนล้าน และทำให้ผู้ที่ทำอาชีพอาจอยู่เฉยไม่ได้ และอาจมีการเคลื่อนไหว แต่ในระยะนี้คงต้องให้กระทรวงแรงงาน ไปแก้ไขปัญหาก่อน
ขณะที่ นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ โฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ความร่วมมือพิสูจน์สัญชาติแรงงานสัญชาติกัมพูชาในประเทศไทยกว่า 6.8 แสนคน ให้เข้าระบบตามกฎหมาย กัมพูชาแจ้งว่าขณะนี้ได้ออกหนังสือพาสปอต จำนวน 240,000 เล่ม ให้กลุ่มที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ คาดว่าในเดือน มิ.ย.จะสามารถแจกได้ ส่วนแรงงานที่รอการพิสูจน์สัญชาติกว่า 432,107 คน กระทรวงแรงงานได้แจ้งให้ดำเนินการให้กลุ่มแรงงานประมง และแปรรูปสัตว์น้ำ ที่จะครบกำหนดผ่อนผันในวันที่ 1 พ.ย.รวมกว่า 46,278คนก่อน ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยคาดว่าสองกลุ่มนี้จะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. ส่วนแรงงานทั่วไป จำนวน 385,829 คน คาดว่าเสร็จในเดือน ม.ค. 61 หลังจากนี้คณะทำงานทั้งสองฝ่ายจะต้องหารือร่วมกันว่าจะไปแจกหนังสือเดินทางที่จุดใด รวมทั้งการตรวจสัญชาติจะมีที่ใดบ้าง เพื่อให้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด โดยแรงงานที่ได้รับหนังสือเดินทางแล้ว จะต้องไปขอวีซ่า และขอใบอนุญาตทำงาน จะสามารถทำงานอยู่ในประเทศไทยได้เป็นเวลา 2 ปี







