
"เบสท์ริน"ร้องสนช.ตรวจสอบกรมศุลฯตัดสิทธิ์ส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี
ประธานเบสท์รินร้องสนช.ตรวจสอบกรมศุลกากรตัดสิทธิ์ส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี ถามทำเกินหน้าที่หรือไม่
ประธานเบสท์รินร้องสนช.ตรวจสอบกรมศุลกากรตัดสิทธิ์ส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี ถามทำเกินหน้าที่หรือไม่
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานบริษัทเบสท์รินกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ให้กับ ขสมก. แต่ไม่สามารถส่งมอบได้เนื่องจากกรมศุลกากรมีข้อสงสัยเรื่องถิ่นกำเนิดรถที่ไม่ได้อยู่ในประเทศมาเลเซีย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอใช้สิทธิ์ลดอัตราอากรสินค้ากำเนิดอาเซียน เนื่องจากเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรในการกล่าวหาเพื่อตัดสิทธิ์การใช้สิทธิ์ลดอัตราอากรกรณีสินค้ากำเนิดมาเลเซีย เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรไม่มีอำนาจในการดำเนินการดังกล่าว จึงอยากให้นำเรื่องดังกล่าวพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ศุลกากรเกี่ยวกับการให้บริการพิธีการศุลกากรนำเข้าสินค้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและประกาศกระทรวงการคลัง และอาจพิจารณากันว่าเป็นการกีดกันทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อมาตรการที่สำคัญต่อการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเสรีภาพภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน
นายคณิสสร์ กล่าวว่า การมายื่นหนังสือกับประธาน สนช. ก็เพื่อให้มีหน่วยงานที่สามร่วมกันตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรให้เกิดความขัดเจนมากขึ้น รวมทั้งต้องการให้กรมศุลกากรออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตามการกระทำของกรมศุลกากรในการที่จะตัดสิทธิ์ไม่ส่งมอบรถเป็นการกระทำเกินหน้าที่หรือไม่ เพราะมีหลักฐานเพียงพยานแวดล้อม และพยานบอกเล่าที่เชื่อได้ว่า แต่เคยเห็นพยานหลักฐานหรือไม่ อีกทั้งกรมศุลฯ ไม่มีอำนาจตัดสิทธิ์ แต่ทำได้เพียงระงับเท่านั้น
เมื่อถามว่าจะฟ้องกลับกรมศุลกากรหรือไม่ นายคณิสสร์ กล่าวว่า ถ้าบริษัทไม่มีความผิดก็ต้องปฏิบัติตามสัญญา และข้อกฎหมายที่กำหนดไว้
“กรมศุลกากรทำเกินหน้าที่หรือไม่ กรมศุลกากรไม่มีอำนาจในการตัดสินโดยสามารถทำได้เพียงแค่ระงับการนำเข้ารถเอ็นจีวี” นายคณิสสร์กล่าว
นาย คณิสสร์ กล่าวอีกว่า ต้องการให้มีการพิจารณานำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาขอคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ศุลกากรเกี่ยวกับการให้บริการพิธีการศุลกากรนำเข้าสินค้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและประกาศกระทรวงการคลังและอาจพิจารณาว่าเป็นการกีดกั้นทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อมาตรการที่สำคัญต่อการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเสรีภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนที่มีเป้าหมายเพื่อการขยายการและการผลิตของประเทศสมาชิกอาเซียน
อย่างไรก็ตามเหตุที่ไม่มีการลงนามจัดซื้อกับผู้ชนะเมื่อครั้งก่อนหน้านี้นั้นมาจาก คุณสมบัติของผู้ชนะขัดต่อทีโออาร์ เป็นเหตุให้คณะกรรมการคุณธรรมที่แต่งตั้งตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี ลาออกไม่ขอร่วมนิติกรรมด้วยถึง 2 คน ซี่งวันนี้บริษัทเบสทรินได้ตกเป็นจำเลยของสังคมไปแล้วทั้งๆที่เป็นเพียงแค่ข้อกล่าวหา ข้อสงสัย หรือสงสัยว่าของกรมศุลกากร เท่านั้น ตนเชื่อว่ามีขบวนการที่ไม่หวังดีที่จ้องล้มการประมูลครั้งนี้ลงให้ได้ หวังให้มีการเปิดประมูลอีกรอบ พยายามยัดเยียดกล่าวหาว่า การที่บริษัทเบสท์รินเป็นฝ่ายชนะเพราะมีผลประโยชน์
"ขอตั้งคำถามว่าถ้าการประมูลครั้งนี้ไม่โปร่งใสจริง มีการคอร์รัปชันจริง มีการจ่ายใต้โต๊ะจริง หรือมีผู้ใหญ่หนุนหลังกดดันเจ้าหน้าที่จริงๆ ป่านนี้บริษัทได้ส่งมอบรถเอ็นจีวี ไปเรียบร้อยแล้ว ”นายคณิสสร์ กล่าว







