posttoday
เปลี่ยนผ่านสู่ยุค ‘พลังงานสะอาด’

เปลี่ยนผ่านสู่ยุค ‘พลังงานสะอาด’

06 กุมภาพันธ์ 2560

ในยุคนี้ธุรกิจพลังงานกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน พลังงานสะอาด ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ

โดย...พิชา เลียงเจริญสิทธิ์ กองทุนบัวหลวง

ในยุคนี้ธุรกิจพลังงานกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน พลังงานสะอาด ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ เข้ามาทดแทนพลังงานแบบเก่าที่ผลิตด้วยพลังงานความร้อน จนกลายเป็นพลังงานกระแสหลักมากขึ้นทุกวัน รูปแบบและการบริโภคพลังงานในอนาคตอีกไม่ไกลย่อมจะต้องแตกต่างไปจากวันนี้อย่างแน่นอน

ความเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏชัดขึ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งแต่ละปีจะมีเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเป็นจำนวนมาก หากพิจารณาเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในปี 2558 ได้ขยายกำลังผลิตไปแล้วถึง 118 กิกะวัตต์ จากปีก่อนหน้าที่มีกำลังผลิตราว 94 กิกะวัตต์

แต่หากพิจารณาเงินลงทุนที่ใช้สร้างโรงไฟฟ้าทั้งสองประเภทกลับกลายเป็นตรงกันข้าม โดยในปี 2558 ใช้ไป 1.99 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเพียง 6% เท่านั้น สะท้อนถึงแนวโน้มต้นทุนการก่อสร้างที่ต่ำลง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ลดลงจาก 300 เหรียญสหรัฐ/เมกะวัตต์ชั่วโมง ในปี 2553 เหลือเพียง 120 เหรียญสหรัฐ/เมกะวัตต์ชั่วโมง ในปี 2558 (ค่าเฉลี่ยทั่วโลก)

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าต้นทุนผลิตในบางประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก เช่น ในอินเดียเมื่อปี 2559 มีโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่ชนะประมูลรับสัมปทานจากรัฐ โดยเสนอราคาขายไฟเพียง 64 เหรียญสหรัฐ/เมกะวัตต์ชั่วโมง (ประมาณยูนิตละ 2.24 บาท) เรียกว่าสามารถแข่งขันกับโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมได้ดีขึ้นมาก

ควบคู่ไปกับพลังงานสะอาดยังเกิดเทรนด์ทางเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอย่างจริงจัง นั่นคือตัวเก็บประจุไฟฟ้า (Power Storage) หรือแบตเตอรี่นั่นเอง ความก้าวหน้าในการประดิษฐ์คิดค้นเรื่องนี้ จะช่วยพลิกโฉมพฤติกรรมการใช้พลังงานทีละเล็กละน้อย มิใช่แค่หนุนให้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้นแล้วเท่านั้นแบตเตอรี่จะทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมีเสถียรภาพที่จะปล่อยพลังงานมากยิ่งขึ้น (Dependable) อย่างเช่นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้เฉพาะตอนกลางวัน และวันใดที่อากาศไม่แจ่มใส ก็จะผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง แต่หากมีตัวเก็บประจุที่มีประสิทธิภาพไว้เก็บกักกระแสไฟฟ้า เพื่อรอจ่ายออกมาในตอนกลางคืน ก็จะช่วยให้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นโรงไฟฟ้าที่จ่ายกำลังไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง (Base Load) ได้ดีขึ้น ทำนองเดียวกับโรงไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งปกติแล้วไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้สม่ำเสมอตลอดวัน

แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยบรรเทาปัญหาความไม่แน่นอนตรงนี้ได้ เมื่อเราสร้างแบตเตอรี่ที่มีศักยภาพได้ ถึงตอนนั้นการลงทุนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจะเพิ่มตามมา และที่สำคัญโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนสามารถก่อสร้างได้ในเวลาไม่กี่เดือน ต่างกับโรงไฟฟ้าแบบความร้อนที่มักใช้เวลาก่อสร้างนานหลายปี ต้นทุนของตัวเก็บประจุไฟฟ้านั้น ลดลงต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา จากปี 2553 ต้นทุนยังสูงกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ/kwh (kwh = 1 ยูนิตของปริมาณกระแสไฟฟ้า) ลดลงเหลือแค่ 350 เหรียญสหรัฐ/kwh ในปี 2558 และในปัจจุบันผู้ผลิตบางรายอ้างว่าสามารถผลิตด้วยต้นทุนต่ำเพียง 150 เหรียญสหรัฐ/kwh เรียกได้ว่าถึงจุดคุ้มค่าเพียงพอที่จะผลิตใช้ในเชิงพาณิชย์แล้ว ที่ผ่านมาพบเห็นว่ามีการใช้งาน Power Storage กันบ้างแล้ว แต่ยังเป็นแค่ระดับเล็กๆ กำลังไฟฟ้าเพียงไม่กี่ MWh วันใดที่เทคโนโลยีด้านนี้พัฒนารุดหน้า รวมทั้งต้นทุนที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ก็คาดว่าจะหนุนเนื่องให้เกิดการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แม้ว่าแนวโน้มของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจะยังสดใสต่อไปจากนี้อีกหลายปี แต่โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแบบเดิมก็ใช่ว่าจะลดความสำคัญลงในทันที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับในแต่ละภูมิภาค ประเทศตลาดเกิดใหม่หลายประเทศยังมีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอ ที่จะรองรับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยังไม่สามารถลงทุนในพลังงานแบบใหม่ เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเก่าได้

การลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติยังคงสำคัญ เนื่องด้วยเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินปัจจุบันนั้น สามารถลดการปล่อยมลพิษลงได้มาก เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้ารุ่นเก่า ทำให้การลงทุนในโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลก (ในแง่ปริมาณกำลังการผลิตเป็น GW) ยังคงสัดส่วนสูงเป็นอันดับ 2 รองจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน (ข้อมูลปี 2558) ที่ 42 GW เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 134 GW ดังนั้น โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน แม้จะเป็นธุรกิจที่มิได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ก็ยังคงบทบาทและสามารถสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอย่างน้อยก็สักพักใหญ่ๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท