
ปัญหาบี/อีจะนานแค่ไหน
สรุปปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ (1) ผู้ลงทุนขาดความเชื่อมั่น และ (2) ผู้ออกตั๋วแลกเงิน(บี/อี) หาเงินมาชำระหนี้ไม่ทัน (เพราะคิดว่าจะต่ออายุ Roll Over ได้ตามปกติ จึงไม่ได้วางแผนไว้ก่อน) แต่ด้วยความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น ทำให้ขณะนี้บริษัทเอกชนทุกแห่งที่ออกตั๋วบี/อี ทำการเตรียมสำรองเงินเพื่อรองรับการไถ่ถอนคืน ทั้งนี้อาจมีบางบริษัทเตรียมเงินได้ไม่ครบทั้งจำนวน และต้องผิดนัดชำระหนี้เป็นรายต่อไป แต่สุดท้ายแล้วปัญหาการผิดนัดจะค่อยๆ ลดลง หลังจากผู้ออกตั๋วบี/อี เริ่มมีความตระหนักแล้วว่า จะหวังพึ่งพาการ Roll Over ไปเรื่อยๆ เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีตไม่ได้อีก และเมื่อไม่มีเหตุผิดนัดใหม่เกิดขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนก็จะค่อยๆ กลับมา ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
สรุปปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ (1) ผู้ลงทุนขาดความเชื่อมั่น และ (2) ผู้ออกตั๋วแลกเงิน(บี/อี) หาเงินมาชำระหนี้ไม่ทัน (เพราะคิดว่าจะต่ออายุ Roll Over ได้ตามปกติ จึงไม่ได้วางแผนไว้ก่อน) แต่ด้วยความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น ทำให้ขณะนี้บริษัทเอกชนทุกแห่งที่ออกตั๋วบี/อี ทำการเตรียมสำรองเงินเพื่อรองรับการไถ่ถอนคืน ทั้งนี้อาจมีบางบริษัทเตรียมเงินได้ไม่ครบทั้งจำนวน และต้องผิดนัดชำระหนี้เป็นรายต่อไป แต่สุดท้ายแล้วปัญหาการผิดนัดจะค่อยๆ ลดลง หลังจากผู้ออกตั๋วบี/อี เริ่มมีความตระหนักแล้วว่า จะหวังพึ่งพาการ Roll Over ไปเรื่อยๆ เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีตไม่ได้อีก และเมื่อไม่มีเหตุผิดนัดใหม่เกิดขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนก็จะค่อยๆ กลับมา ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
ตั๋วบี/อีเบี้ยวหนี้จะทำอย่างไร
ด้วยสถานภาพของผู้ลงทุนในตั๋วบี/อี ที่อยู่ในฐานะของการเป็น “เจ้าหนี้” ความน่ากังวลจึงน้อยกว่าผู้ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทที่ออกตั๋ว เนื่องจากท้ายที่สุดแล้ว บริษัทจะถูกบังคับตามกฎหมายให้นำเงินมาชำระคืนแก่เจ้าหนี้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อดำเนินการอยู่บ้าง ขณะที่ผู้ถือหุ้นสามัญจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการลดลงของราคาหุ้น และหากมีการบังคับขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินไปชำระคืนให้กับเจ้าหนี้ด้วยแล้ว ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวลดลงได้อีกตามมูลค่าของกิจการที่ลดลง (การเป็นเจ้าหนี้ยังอยู่ในสถานะที่ดีอยู่)
หากเป็นการลงทุนผ่านกองทุนที่ขายเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ (AI) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะติดตามให้มีการชำระหนี้ โดยในช่วงที่ยังไม่ได้รับเงินคืน บลจ.จะคิดดอกเบี้ยค่าปรับให้กับผู้ลงทุน เพื่อชดเชยโอกาสที่ต้องสูญเสียไปจากการได้รับเงินล่าช้า แต่หากเป็นการซื้อตั๋วบี/อีจากตัวกลาง (เช่น บริษัทหลักทรัพย์) หรือซื้อจากบริษัทผู้ออกตั๋วโดยตรง (ผ่านผู้จัดจำหน่าย
หลักทรัพย์) ผู้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางหรือผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จะช่วยดำเนินการติดตามให้มีการชำระหนี้ในที่สุด
ผู้ลงทุนควรทำอย่างไร
ด้วยมูลค่าของตั๋วบี/อีที่เกิดปัญหา คิดเป็นเพียงไม่ถึง 0.05% ของตราสารหนี้ทั้งระบบ ถือเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย สิ่งที่นักลงทุนต้องทำในขณะนี้ คือการตัดสินใจลงทุนบนความเข้าใจ ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยต้องวิเคราะห์พื้นฐานของบริษัทให้ละเอียดถี่ถ้วนและไม่ตื่นตระหนกไปกับสถานการณ์จนเกินไป เนื่องจากยังมีบริษัทที่ออกตั๋วบี/อีหลายแห่ง (อาจรวมถึงตั๋วบี/อีที่นักลงทุนถือครองอยู่) มีผลการดำเนินงานที่ยังเติบโตได้ เพียงแต่ไม่สามารถหาเงินก้อนใหญ่มาชำระคืนหนี้ได้ในเวลาอันสั้น ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องทำการวิเคราะห์อย่างรอบคอบจนมั่นใจได้ว่าเป็นบริษัทที่ดีอย่างแท้จริง และต้องไม่ตัดสินใจลงทุนในทางเลือกที่เกินกว่าระดับความเสี่ยงที่ตนเอง







