
ระบบรางขนส่งมวลชน
โดย...พรเทพ เฮง [email protected]
โดย...พรเทพ เฮง [email protected]
เมืองใหญ่ในระดับมหานครที่สำคัญทั่วโลก และเป็นแม่แบบของเมืองสมัยใหม่ล้วนมีระบบรางขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดินที่ช่วยลดความคับคั่งของการจราจรที่เป็นจลาจล เนื่องจากผู้คนที่แออัดยัดทะยานอยู่ในมหานครเหล่านี้
แนวคิดนี้มีมาเมื่อ 154 ปีที่แล้ว เพราะรถไฟฟ้าใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เปิดใช้เมื่อปี 2406 และที่นี่ก็กลายเป็นต้นแบบให้กับมหานครที่พัฒนาในรูปแบบเดียวกันของเมืองสมัยใหม่ทั่วโลก ที่มีพิมพ์เดียวกัน
ปัจจุบันมี 162 เมืองทั่วโลกที่มีระบบรางขนส่งมวลชนหรือโครงข่ายรถไฟฟ้า ซึ่งส่วนมากเป็นมหานครที่ใหญ่โตของแต่ละประเทศทั้งสิ้น
อย่างที่ว่าเมืองไทยแม้จะมาช้า มีระบบรางขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครสายแรก เมื่อปี 2542 เป็นรถไฟฟ้าวิ่งบนรางที่สร้างสูงลอยจากพื้นดินหรือรถไฟฟ้าลอยฟ้า ที่กลายเป็นเสน่ห์ที่แปลกประหลาดของเมืองใหญ่ดังเช่นมหานครต่างๆ ตามด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินในอีก 5 ปีต่อมา หรือปี 2547 ซึ่งทำให้การจราจรในกรุงเทพฯ หายใจคล่องขึ้นมาหน่อยหนึ่ง
ด้วยความสำเร็จของระบบรางขนส่งมวลชนที่เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งทำให้การเดินทางในมหานครช่วยลดความอึดอัดและกดดันไปได้จากท้องถนน เป็นทางเลือกของคนจำนวนมากที่ได้ใช้ชีวิตให้มีการเดินทางที่สะดวกสบายและความสุขมากขึ้น
โครงข่ายรถไฟฟ้าและระบบรางขนส่งมวลชนทั้งหมด หากนับสายสีน้ำตาล ศูนย์ราชการนนทบุรี-สัมมากร ที่จะเสร็จภายในปี 2568 เป็นสายสุดท้าย เหลืออีก 8 ปี คนกรุงเทพฯ ก็จะมีโครงข่ายรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดตามแผนที่วางไว้ แต่ยังมีติ่งที่รออยู่คือ สายสีฟ้า ดินแดง-สาทร ซึ่งวางไว้จะแล้วเสร็จภายในปี 2572 แต่ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อเดือน ส.ค. 2554 และปัจจุบันอยู่ระหว่างการฟื้นฟูโครงการ
ว่าไปแล้วเมื่อโครงข่ายรถไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล วิถีชีวิตของผู้คนหรือไลฟ์สไตล์ต้องเปลี่ยนแปรไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รถยนต์จะน้อยลงหรือไม่? การใช้จักรยานเดินทางระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า? คอนโดกลายเป็นที่อยู่อาศัยหลักและมีนวัตกรรมที่ล้ำหน้ามากขึ้น เป็นชุมชนคนเมืองโดยสมบูรณ์แบบ และมีอะไรอีกมากมาย
โจทย์ใหญ่อีกอย่างที่น่าสนใจก็คือ มูลค่าเพิ่มของสถานีรถไฟฟ้าในแต่ละสถานีจะสร้างขึ้นได้อย่างไร? และมีระบบการบริหารจัดการที่ยั่งยืนในอนาคต ที่น่าปลื้มใจพอเป็นแบบอย่างได้ที่เห็นในปัจจุบัน และจะเริ่มต้นในปลายปี 2560 นี้ คือ สถานีสนามไชย ในเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล เป็นสถานีในระบบใต้ดินที่อยู่ใจกลางพื้นที่อนุรักษ์เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ ผ่านพื้นที่เมืองเก่าย่านวัดมังกรกมลาวาส วังบูรพา ก่อนลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด ไปยังฝั่งธนบุรี
สถานีนี้มีการออกแบบภายใน มีรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ออกแบบโดย รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นท้องพระโรงในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการประดับด้วยเสาสดุมภ์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างทางเดิน ลงลายกระเบื้องเป็นดอกพิกุล ปลายเสาประดับด้วยบัวจงกลปิดทองคำเปลว พื้นและผนังจำลองมาจากกำแพงเมือง ประดับด้วยเสาเสมาของพระบรมมหาราชวัง เพดานเป็นลายฉลุแบบดาวล้อมเดือน ปิดทองคำเปลว
โดยทางมิวเซียมสยาม ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งแห่งประเทศไทย (ททท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สร้างให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ โดยเริ่มจากนิทรรศการถาวรชุดใหม่ “ถอดรหัสไทย” ที่จะเปิดให้เข้าชมในช่วงปลายปี 2560
นี่คือตัวอย่างของวิธีคิดที่เพิ่มมูลค่าของสถานีในโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ต่อยอดได้ยอดเยี่ยม







