posttoday
เราต้องคิดถึงอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงสังคมสูงวัย

เราต้องคิดถึงอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงสังคมสูงวัย

04 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...รศ.ดร.ปัทมาวดี  โพชนุกูล

โดย...รศ.ดร.ปัทมาวดี  โพชนุกูล

ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยนับตั้งแต่ปี 2548 เมื่อประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีส่วนแบ่งร้อยละ 10.3 ของประชากรทั้งประเทศ ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ เมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มมากกว่าร้อยละ 20 หรือ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดในอีก 4 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2564) และจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเป็น 20.5 ล้านคน (ร้อยละ 32.1) ในปี 2583 หรืออีก 23 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันผู้สูงอายุวัยกลาง (อายุ 70-79 ปี) และผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย ถือว่าไทยมีการเปลี่ยนผ่านค่อนข้างรวดเร็วจึงมีเวลาเตรียมตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวค่อนข้างน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นโดยส่วนใหญ่ ผู้เขียนเองเคยได้รับคำเตือนดังกล่าวจากอาจารย์ชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2535 ขณะที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยได้เริ่มให้ทุนสนับสนุนการวิจัยเรื่องสังคมสูงวัยตั้งแต่ปี 2544 เพียงแต่ในครั้งนั้นสังคมไทยเองยังไม่ตระหนักเท่าที่ควรเมื่อพูดถึงสังคมสูงวัยที่มีผู้สูงอายุในสัดส่วนสูง คนไทยส่วนใหญ่อาจคิดว่าเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ โดยลืมมองไปว่าในสังคมสูงวัยนั้น “สังคม” ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ คือ เด็กและคนวัยทำงาน ภาพแรก ที่อาจต้องทำความเข้าใจคือ สังคมสูงวัยเป็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ซึ่งย่อมมีผลต่อการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและการเปลี่ยนโครงสร้างสังคมโดยเฉพาะสภาวะความจำเป็นในการเกื้อกูลระหว่างรุ่น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรจะมีผลต่อประเทศในทุกมิติ

ภาพที่สอง คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัยมิได้มีสาเหตุจากการเกิด การตายเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการย้ายถิ่นอีกด้วย การเข้าสู่สังคมสูงวัยจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าในพื้นที่และจังหวัดที่มีคนอพยพออก ตรงกันข้ามกับพื้นที่ที่มีคนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยก็อาจจะไม่เป็นสังคมสูงวัย นโยบายในระดับพื้นที่จึงมีอาจมีความแตกต่างและมีความสำคัญไม่น้อยกว่านโยบายระดับประเทศ

ประเทศไทยต้องเตรียมบทบาทของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ ท้องถิ่น ชุมชน ครอบครัว สถานประกอบการ และประชาชนทุกคน โดยเฉพาะบทบาทของคนรุ่นใหม่ที่จะต้องมีผลิตภาพและคุณภาพสูงขึ้น เพื่อดูแลผู้สูงอายุ ดูแลครอบครัว การออมและเตรียมตัวเองก่อนวัยเกษียณ และเพื่อเป็นกำลังในภาคเศรษฐกิจของประเทศที่มีคนทำงานลดน้อยลงอีกด้วย

ส่วนนโยบายที่สำคัญของรัฐ คือ นโยบายด้านเศรษฐกิจ ด้านแรงงาน ด้านการศึกษา ด้านประชากร ด้านสุขภาวะของผู้สูงอายุ และนโยบายครอบครัว ชุมชนท้องถิ่น ธุรกิจเพื่อสังคมสามารถสนับสนุนบทบาทของผู้สูงอายุ การดูแลเด็กเล็ก ในขณะที่ภาคเอกชนและสถานประกอบการอาจพิจารณาการจ้างงานหลังเกษียณ และสนับสนุนการสร้างสมดุลชีวิตกับการทำงานของพนักงานเพื่อเอื้อให้ครอบครัวอบอุ่นและเพิ่มการเกิดอย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ ภาควิชาการจะพยายามคลี่ภาพต่างๆ ข้างต้นในบทความฉบับต่อๆ ไป รวมถึงการเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้ในประเด็นดังกล่าวทางเพจ http:// knowledgefarm.in.th ที่ สกว.จัดทำขึ้นเพื่อสื่อสารกับสาธารณะในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ