posttoday
‘คิง อินเตอร์ ฟรุทส์’ ผู้นำปลูกกล้วยหอม

‘คิง อินเตอร์ ฟรุทส์’ ผู้นำปลูกกล้วยหอม

04 กุมภาพันธ์ 2560

จากวิกฤตกลับมุ่งสู่การสร้างโอกาสใหม่กับธุรกิจการเกษตร “บริษัท คิง อินเตอร์ ฟรุทส์” โดยสามารถพัฒนาการปลูกกล้วยหอมและกล้วยหอมทอง ที่มุ่งมั่นการพัฒนาการปลูกกล้วยและพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อสร้างสินค้าที่ดีสู่ผู้บริโภค รวมถึงใช้เวลาประมาณเกือบ 7 ปีก้าวสู่ผู้ผลิตกล้วยอันดับต้นๆ ของประเทศ

จากวิกฤตกลับมุ่งสู่การสร้างโอกาสใหม่กับธุรกิจการเกษตร “บริษัท คิง อินเตอร์ ฟรุทส์” โดยสามารถพัฒนาการปลูกกล้วยหอมและกล้วยหอมทอง ที่มุ่งมั่นการพัฒนาการปลูกกล้วยและพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อสร้างสินค้าที่ดีสู่ผู้บริโภค รวมถึงใช้เวลาประมาณเกือบ 7 ปีก้าวสู่ผู้ผลิตกล้วยอันดับต้นๆ ของประเทศ

“เสาวณี วิเลปะนะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิง อินเตอร์ ฟรุทส์ ผู้ผลิตและทำตลาดกล้วยหอมแบรนด์ “บานาน่า คิง”(Banana king) และยี่ห้ออื่นๆ เปิดเผยว่า บริษัทได้ผลิตกล้วยหอมเข้ามาสู่ตลาดในปีที่ 7 แล้ว โดยมีพื้นที่การปลูกรวม 5,000 ไร่ และคาดว่าในนี้จะเพิ่มการเพาะปลูกอีก 5,000 ไร่ ทำให้ในปี 2561 จะมีพื้นที่เพาะปลูกรวม 1 หมื่นไร่ ถือเป็นผู้ผลิตและมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึ่งแนวโน้มความต้องการกล้วยหอมมีสูงในทุกเทศกาล

แต่กว่าที่ธุรกิจจะเติบโตมาถึงปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ธุรกิจครอบครัวทำการเกษตรมาเป็นเวลากว่า 17 ปี และกำลังเข้าสู่รุ่นที่สามของธุรกิจ โดยระยะแรกธุรกิจครอบครัวปลูกส้มที่บริเวณพื้นที่รังสิต และเกิดวิกฤตครั้งใหญ่ ทำให้ครอบครัว โดย “เกรียงศักดิ์ วิเลปะนะ” ประธานกรรมการ บริษัท คิง อินเตอร์ ฟรุทส์ รุ่นสามของธุรกิจ ตัดสินใจเปลี่ยนจากการปลูกส้ม มาสู่การปลูกกล้วย จากจุดเริ่มต้นที่ปลูกจำนวน 30 ไร่

“จากวิกฤตครั้งใหญ่ของสวนส้มรังสิตที่เกิดขึ้นกับครอบครัว แต่คุณเกรียงศักดิ์ วิเลปะนะ รุ่นสามของธุรกิจ กลับมองหาโอกาสเปลี่ยนไปสู่การปลูกกล้วย เพราะมองโอกาสว่าสินค้ากล้วยมีความต้องการในทุกเทศกาล” เสาวณี กล่าว

พร้อมกันนี้ ได้ศึกษาทั้งเทคโนโลยีการเกษตร หาความรู้ทางวิชาการมาต่อยอดสู่การปลูกกล้วย เพื่อพัฒนาการปลูกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร่วมโครงการ การพัฒนาระบบการผลิตที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน ThaiGAP ภายใต้โครงการของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผลักดันเรื่องการดูแลคุณภาพของการเกษตร ควบคุมคุณภาพการเพาะปลูก รวมถึงเครื่องจักร ส่งผลให้ผลผลิตดีขึ้นและช่วยลดต้นทุน

ขณะเดียวกัน บริษัทยังพัฒนาการสู่การเป็นสมาร์ทฟาร์ม โดยได้รับคาร์บอนฟุตพรินต์เป็นรายแรกในประเทศไทยเรื่องการเกษตร ที่มีการดูแลเกษตรและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมุ่งลดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงให้ความสำคัญการดูแลทั้งคุณภาพดิน ที่มีเครื่องมือวัดคุณค่าของดิน ก่อนที่จะมีการให้อาหารเสริมแก่กล้วย จึงสามารถควบคุมเรื่องต้นทุนได้อย่างดี

“เสาวณี” กล่าวว่า กล้วยของบริษัทมีการดูแลตรวจสอบเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อทำให้ผู้บริโภคมั่นใจมากที่สุด โดยจะสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดโลกที่ทุกคนมุ่งผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย และจะเป็นความยั่งยืนในการทำเกษตรในระยะยาว

“การทำธุรกิจเกษตรที่บริษัทขยายตลาดได้ดีอย่างต่อเนื่อง มาจากการที่บริษัทยึดความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจ การสร้างสินค้าการเกษตรและพัฒนาฟาร์มที่มีมาตรฐาน การนำเสนอสินค้าที่มีความปลอดภัยสู่ผู้บริโภค รวมถึงการดูแลเครือข่ายการเกษตรทั้งหมด ที่พร้อมให้คำแนะนำในด้านต่างๆ แก่เครือข่ายเกษตรเป็นอย่างดี” เสาวณี กล่าว

บริษัทกำลังขยายสู่เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยเพิ่มขึ้น รวมถึงพัฒนาสู่การสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรใหม่ ทั้งกลุ่มขนมขบเคี้ยวและเบเกอรี่ ซึ่งจะมุ่งการส่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ไปสู่ตลาดในต่างประเทศ ส่วนกล้วยหอมส่วนใหญ่จะทำตลาดในประเทศเป็นหลัก ที่มีความต้องการอยู่ในระดับสูง ผ่านช่องทางห้างค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ

“เสาวณี” กล่าวต่อว่า บริษัทจะมุ่งการพัฒนาผลผลิตและนำเสนอผลิตภัณฑ์การเกษตรที่แปรรูปใหม่สู่ผู้บริโภค เพราะมีความเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์การเกษตรของไทยมีโอกาสขยายตัวได้ดีอย่างมากในตลาดโลก

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี